Thursday, July 18, 2024
ชื่นชมอดีต บทความแนะนำ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในความทรงจำของทวยราษฎร์

นิตยสารอนุรักษ์ ฉบับที่ 36
เรื่อง/ ภาพ: ไกรฤกษ์ นานา

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในความทรงจำของทวยราษฎร์

เมื่อเดือนสิงหาคมเวียนมาบรรจบอีกครั้ง ก็อดที่จะรำลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มิได้ แม้นว่าเวลาจะล่วงเลยมานานเกือบ ๗๐ ปีแล้ว ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๓ เมื่อทรงได้รับสถาปนาพระราชอิสริยยศเป็น “สมเด็จพระบรมราชินีนาถ” คู่บุญบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในรัชกาลที่ ๙

            แต่พระจริยวัตรอันงดงาม และพระวิริยอุตสาหะของพระองค์ท่านที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยตลอดมา ยังเป็นความทรงจำอันอบอุ่นที่ตราตรึงอยู่ในหัวใจของทวยราษฎร์เสมอมา

            พระราชกรณียกิจส่วนพระองค์มากมายที่ทรงบำเพ็ญในขณะตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จฯ ออกเยี่ยมราษฎรในชนบทนอกเหนือจากพระราชภารกิจในฐานะพระราชชนนีของพระราชโอรสพระราชธิดาพิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นภารกิจอันหนักและรับผิดชอบอย่างยิ่งแต่ก็ทรงกระทำได้อย่างสมบูรณ์แบบในฐานะ “มารดาของแผ่นดิน” อย่างไม่มีที่ติดังมีการบันทึกไว้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๘ ความว่า…

            พระราชกรณียกิจส่วนพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้แก่การถวายการปรนนิบัติต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงถือเสมอว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตหญิงที่แต่งงานแล้ว จะต้องทำตัวเป็นภริยาที่ดีต่อสามี และมารดาที่ดีต่อบุตร การทำหน้าที่ภริยาที่ดีให้สามีมีความสุขนั้น ทำให้เกิดศรัทธาในความรัก เป็นการผนึกกำลังให้เกิดพลังแรงและความสามัคคี ซึ่งจะนำความผาสุกมาสู่ครอบครัวสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงถือเสมอว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นผู้นำในทุกๆ ทาง ทรงมีพระราชดำริและพระราโชบายสอดคล้องกัน

            สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้พระราชทานพระราชดำรัสเตือนหญิงไทยในวันเปิดงานเคหศิลป์ของสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ ตอนหนึ่งมีใจความสำคัญว่า

            “ผู้หญิงไทยเก่ง แต่ไม่ทำอวดเก่ง ในอดีตเคยช่วยบ้านเมือง ยามสงบดูแลครอบครัวดำเนินงานสายกลาง มีสติ ในปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไปหญิงไทยออกทำงานนอกบ้าน ก็ยังระวังมิให้มีความขัดแย้งกับผู้ใกล้ชิด…”

            สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงพร้อมที่จะทำทุกอย่างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นกำลังพระทัยให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระสำราญ เช่น ในการทรงกีฬาแบดมินตัน สมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงชักชวนบุคคลที่มีความสามารถมาร่วมเล่นส่วนพระองค์เองประทับเป็นกำลังพระทัยแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

            บางคราวเวลาทั้งสองพระองค์เสด็จฯ เยี่ยมทหารและตำรวจตามชายแดน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ค่อยทรงสบายเนื่องจากพระนาภีไม่เป็นปกติ ระยะทางที่ประทับในเฮลิคอปเตอร์นานเลยเวลาเสวยสมเด็จพระบรมราชินีนาถต้องทรงเป็นพระธุระคอยถวายเครื่องเสวยในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรแผนที่ภูมิประเทศเบื้องล่าง และรับสั่งทางวิทยุกับเจ้าหน้าที่ทั้งที่ประจำอยู่ในเฮลิคอปเตอร์ลำอื่นและเบื้องล่างอยู่ตลอดเวลา นอกจากนั้น สมเด็จพระบรมราชินีนาถยังทรงดูแลพระราชทานแก่เจ้าหน้าที่ผู้ขับเครื่องบินและผู้ตามเสด็จฯ ทุกคน สำหรับพระราชโอรสและพระราชธิดานั้น สมเด็จพระบรมราชินีนาถรับสั่งเสมอว่าหน้าที่แม่สำคัญอย่างยิ่ง

            ทรงตั้งพระทัยอบรมพระราชโอรสพระราชธิดาอยู่เสมอ ให้ทรงระลึกถึงหน้าที่ที่มีต่อประเทศชาติ ถ้าทรงมีเวลามักทรงอบรมในห้องพระก่อนเข้าบรรทมทุกคืน ทรงสนพระทัยกิจการภายในวัง ผู้ใดเจ็บไข้ได้ป่วยมีทุกข์สุขอย่างไร ทรงเป็นพระธุระเสมอ ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้ข้าราชบริพารนำดอกไม้ หรือของไปพระราชทานถ้าทรงทราบว่ามีบุคคลที่ทรงรู้จักเจ็บป่วย หรือทำบุญวันเกิด ทรงเอาพระทัยใส่ในเรื่องเครื่องเสวยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระราชโอรส พระราชธิดาทรงคิดรายการเครื่องเสวยเอง บางครั้ง เพื่อให้ทุกพระองค์เสวยได้ และมีประโยชน์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา ทรงนึกเสมอว่าพระองค์ทรงศึกษามาน้อย ต้องทรงหาความรู้เพิ่มเติมอีกทรงเรียนภาษาต่างประเทศกับสุภาพสตรีชาวต่างประเทศที่มีความรู้ ทรงเลือกหนังสือดีๆหลายประเภทศึกษาเองและหามาพระราชทานพระราชธิดามิได้ขาด

            พระราชกรณียกิจที่สำคัญยิ่งของสมเด็จพระบรมราชินีนาถที่ทำประโยชน์ให้แก่ชาติบ้านเมืองโดยตรงก็คือ การตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปเยี่ยมราษฎรต่างจังหวัดทรงเริ่มเยี่ยมในภาคกลางเป็นแห่งแรกในปี พ.ศ. ๒๔๙๘

            ต่อไปเป็นภาคอีสาน เหนือและใต้ ซึ่งทั้งสองพระองค์ต้องทรงแบ่งเวลาเป็นหลายคราวหลายปี บางปีต้องทรงหยุดพักบ้าง แล้วเสด็จใหม่จนแทบทั่วทั้งพระราชอาณาจักร ในเวลานั้นยังไม่มีการแต่งกายแบบไทยที่แน่นอน บางภาคประชาชนนิยมแต่งกายอย่างไร สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ก็ทรงแต่งอนุโลมให้คล้ายตามประเพณีของภาคนั้นด้วย เช่นเมื่อเสด็จฯ ภาคเหนือ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ทรงพระภูษายาว ฉลองพระองค์ พระกรยาว ทรงแพรสะพักแบบชาวเหนือ

            เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ออกทรงบรรพชาอุปสมบทในปี ๒๔๙๙ เป็นเวลา ๑๕ วัน ได้ทรงพระกรุณาแต่งตั้งสมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ซึ่งนับเป็นพระราชกรณียกิจที่ยิ่งใหญ่อีกวาระหนึ่ง เป็นครั้งที่ ๒ ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ที่สมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ดังที่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถทรงดำรงตำแหน่งมาแล้วในรัชกาลที่ ๕ ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระเจ้าแผ่นดินทุกอย่างเช่น เสด็จฯ พระราชทานผ้าพระกฐินหลวงทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมวิสามัญสภาผู้แทนราษฎรและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เอกอัครราชทูตแห่งสาธารณรัฐอิตาลีเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายอักษรสาสน์ตราตั้ง ฯลฯ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลาผนวชแล้ว ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้เฉลิมพระนามสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินี เป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถตามคำกราบบังคมทูลของคณะรัฐมนตรี

            เมื่อเสร็จสิ้นการเยี่ยมราษฎรภายในประเทศแล้ว สองพระองค์ก็ทรงรับคำเชิญของมิตรประเทศโดยเสด็จฯ ไปเยือนเป็นการเสริมสร้างสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศให้ชาวต่างประเทศรู้จักและเข้าใจเมืองไทยดีขึ้น ในโอกาสนี้สมเด็จพระบรมราชินีนาถได้ทรงเตรียมการแต่งพระองค์ให้ถูกต้องเหมาะสมตามกาลเทศะทรงปฏิบัติตามแบบอย่างที่สมเด็จพระพันปีหลวงทรงวางไว้ เมื่อเสด็จฯ ต่างประเทศ คือทรงแต่งแบบตะวันตกตามสากลนิยม แต่ในบางโอกาสก็ทรงฉลองพระองค์แบบไทย ถ้าเสด็จฯประเทศทางตะวันออกไกลที่ประชาชนนิยมการแต่งกายประจำชาติ สมเด็จพระบรมราชินีนาถก็ทรงชุดไทยตลอด เช่น ตอนเสด็จฯสาธารณรัฐเวียดนามใต้ พม่า และมาเลเซียเป็นต้น

ทรงห่วงใยในชีวิตเจ้าหน้าที่ทุกคนไม่ว่าหนทางทุรกันดารขนาดไหนการเดินทางต้องลำบากระหกระเหินเพียงใด สมเด็จพระบรมราชินีนาถก็มิได้ทรงหวาดกลัวท้อถอยทรงติดตามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคียงบ่าเคียงไหล่เสมอ

            ทำให้การแต่งกายแบบไทยเป็นที่รู้จักแพร่หลายทั้งในประเทศและนอกประเทศจนกลายเป็นเครื่องแต่งกายประจำชาติในปัจจุบันนี้จึงนับว่า สมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่สตรีไทยในการพระราชทานแนวพระราชนิยมแบบแผนการแต่งกายของสตรีไว้ตามโอกาสต่างๆ เป็นที่เชิดชูวัฒนธรรมไทยโดยลำดับยุคตั้งแต่กรุงสุโขทัยจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์เท่าที่ได้พระราชทานแบบอย่างไว้แล้ว มีชื่อดังนี้คือ ไทยเรือนต้น ไทยจิตรลดา ไทยอมรินทร์ ไทยบรมพิมาน ไทยจักรี ไทยดุสิต ไทยศิวาลัย และไทยจักรพรรดิ์

            เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินกลับจากเยือนมิตรประเทศแล้วก็ทรงเตรียมต้อนรับราชอาคันตุกะซึ่งมาเยือนตอบ ในการนี้ ทั้งสองพระองค์ต้องทรงเตรียมหาสถานที่สำหรับใช้รับรองให้เหมาะสมได้ทรงเลือกพระที่นั่งบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวังเป็นที่พักรับรองภายในพระนครสำหรับในต่างจังหวัด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ขึ้นที่บนยอดเขาในจังหวัดเชียงใหม่ สมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงเอาพระธุระตกแต่งพระตำหนักภายในและบริเวณสวนดอกไม้ให้สวยงามเหมาะที่จะอวดชาวต่างประเทศ นอกจากมีการรับรองเป็นทางการแล้ว ยังได้ทรงจัดให้มีเป็นการส่วนพระองค์อีก บางคราวทรงจัดรับรองที่พระตำหนักเรือนต้นในสวนดุสิต และวังสวนจิตรลดาและยังโปรดให้มีการแสดงแบบไทยต่างๆ เป็นพิเศษทุกครั้งซึ่งสมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงพระราชดำริเอง เช่น ให้มีการฟ้อนและเซิ้งแบบพื้นเมือง แต่โปรดให้จัดเครื่องแต่งกายให้ประณีตงดงามกว่าของพื้นเมืองจริงและทรงพระกรุณาให้ลูกหลานมิตรสหายของข้าราชบริพารเป็นผู้แสดง ซึ่งได้ผลดีเป็นอันมาก

            ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๐ เป็นต้นมาสถานการณ์บ้านเมืองของเราอยู่ในความคับขันเหมือนมีเพลิงไหม้อยู่รอบบ้าน การคุกคามของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ทวีขึ้นทุกที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถมิได้ทรงนิ่งนอนพระทัยทรงตระหนักถึงความสำคัญของหน้าที่ผู้ป้องกันประเทศเป็นอย่างดี

            พระราชกรณียกิจอย่างหนึ่งที่สำคัญในระยะนี้ได้แก่การเสด็จฯ เยี่ยมทหาร ตำรวจราษฎรอาสาสมัครที่ปฏิบัติราชการอยู่ตามชายแดน ทรงห่วงใยในทุกข์สุขของผู้กล้าหาญที่ทำงานป้องกันประเทศชาติและประชาชนตามชายแดนตลอดเวลา เมื่อทรงทราบว่าแห่งไหนตำบลใดมีภัยอันตรายแก่ผู้ก่อการร้าย ทำให้ราษฎรเสียขวัญทั้งสองพระองคจ์ ะทรงรีบเสด็จฯไปเยี่ยมโดยด่วน พระราชทานพระราชทรัพย์เครื่องอุปโภค บริโภค ตลอดจนอุปกรณ์การแพทย์และเวชภัณฑ์ที่โรงพยาบาลสนาม หรือโรงพยาบาลในจังหวัดนั้นๆ ขาดแคลน

            ทรงห่วงใยในชีวิตเจ้าหน้าที่ทุกคนไม่ว่าหนทางทุรกันดารขนาดไหน การเดินทางต้องลำบากระหกระเหินเพียงใด สมเด็จพระบรมราชินีนาถก็มิได้ทรงหวาดกลัวท้อถอย ทรงติดตามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคียงบ่าเคียงไหล่เสมอทรงฝึกยิงพระแสงปืน ทรงออกพระกำลังปีนเขาว่ายนำ้ทะเล เพื่อให้เคยชินกับการสมบุกสมบันเสด็จฯ เยี่ยมทหารที่ป่วยเจ็บในโรงพยาบาลทั้งในพระนครและต่างจังหวัด ทรงอุปการะครอบครัวทหาร ตำรวจ ราษฎรอาสาสมัครที่เสียชีวิตในการทำงานเพื่อชาติ ช่วยการศึกษาบุตรหรือพระราชทานทุนไปประกอบอาชีพด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ บางคราวยังทรงพระกรุณาต่อตำรวจชายแดนที่ขาดแคลนเบี้ยเลี้ยงอีกด้วย

            สมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงเป็นกำลังใจของผู้ที่ได้เฝ้าในสนามรบ ทรงติดตามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับในเฮลิคอปเตอร์บินคุ้มกันรับทหารบาดเจ็บจากบนยอดเขาที่มีผู้ก่อการร้ายคอยมุ่งโจมตี เมื่อรับลงมาได้ปลอดภัยแล้ว ทอดพระเนตรเห็นคนเจ็บเหน็ดเหนื่อย ปากแห้งเหมือนกระหายน้ำ ก็ทรงปอกส้มแล้วป้อนทหารผู้นั้นทำให้เป็นที่ตื้นตันใจอย่างยิ่ง ทรงเห็นใจผู้ปฏิบัติหน้าที่ลำบากตรากตรำเป็นแรมปีตามป่าตามเขา ได้พระราชทานเพลงปลุกปลอบใจตำรวจตระเวนชายแดน และหน่วยพลร่ม ฯลฯ

            บางคราวสมเด็จพระบรมราชินีนาถเคยเสด็จฯ โดยพระบาทไปเยี่ยมชาวเขาตามหมู่บ้านในภาคเหนือ ต้องประทับแรมตามป่าเขา ในเวลาที่อากาศหนาวจัดปรอทลงถึง ๖-๗ องศาเซลเซียส ทรงปฏิบัติพระองค์เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ทรงเยี่ยมหน่วยชาวเขาชายแดนหน่วยราษฎรอาสาสมัคร หน่วยชาวเขาอาสาสมัคร และชุดคุ้มครองหมู่บ้าน ทรงซักถามความเป็นอยู่ด้วยความห่วงใย และพระราชทานเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มโดยทั่วถึง

            พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้เสด็จเยี่ยมประชาชนตามจังหวัดต่างๆ แทบทั่วทั้งพระราชอาณาจักร ประชาชนไทยว่างเว้นไม่ได้เฝ้าฯพระเจ้าแผ่นดินมานานกว่า ๓๐ ปีแล้ว จึงตื่นเต้นดีใจ พากันออกมาจากหมู่บ้านตำบลไกลๆ ที่ทุรกันดารรอนแรมมาหลายวันหลายคืน เพื่อจะได้เฝ้าฯ ก็มี เพราะฉะนั้น ทั้งสองพระองค์จึงทรงสงสารเห็นใจประชาชนไม่โปรดให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดกวดขันหรือกีดกันการเข้าเฝ้าฯ จนเกินไปเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เคยยืนเรียงรายข้างทางเสด็จฯหันหน้าสู่ประชาชนก็หมดไป แต่กลับไปปะปนคละเคล้ากับประชาชนถวายอารักขาอย่างไม่เป็นที่น่าสังเกตนัก

            ทั้งสองพระองค์ทรงอนุโลมตามใจประชาชนเสมอ เมื่อเขาปูผ้าขอให้ทรงเหยียบหรือขอพระราชทานกอดจูบพระบาท พระหัตถ์ ก็ทรงยินดีปล่อยให้ทำ สมเด็จพระบรมราชินีนาถมิได้ทรงรังเกียจเลย แทบทุกครั้งเวลาจะรับสั่งถามทุกข์สุขอย่างใกล้ชิดมักประทับลงรับสั่งเสมอทรงรับของถวายทุกชนิด ทรงยิ้มแย้มแจ่มใสต่อทุกคน ตั้งพระทัยแต่งพระองค์อย่างประณีตเพื่อให้ถูกใจชาวต่างจังหวัด

โดยมากทรงเลือกแต่งแบบไทยที่มีสีสันสดใส พร้อมทั้งทรงกำชับให้ผู้ตามเสด็จฯ ฝ่ายหญิงกระทำตามด้วย ทรงเห็นใจว่าคงอีกนานนักหนาที่พวกเขาจะได้เฝ้าฯ อีกหรือบางทีอาจเป็นครั้งเดียวในชีวิตก็ได้ จึงมีพระราชประสงค์ให้ประชาชนได้เห็นภาพที่งดงามติดตาไปชั่วชีวิต แต่ถ้าเป็นการเสด็จฯเยี่ยมทหาร ตำรวจ และราษฎรอาสาสมัครในแนวรบ สมเด็จพระบรมราชินีนาถก็ทรงเลือกฉลองพระองค์ที่รัดกุมทะมัดทะแมง สีให้กลมกลืนกับสีป่าธรรมชาติ

            การที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชหฤทัยจดจ่อต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่าทรงมีพระประสงค์จะขจัดความทุกข์ และบำรุงสุขให้คนไทยทุกคนทั่วถึงกัน เป็นภาพที่ไม่มีวันจืดจางไปจากจิตใจของคนไทยทั้งประเทศ ย่อมเป็นผลสะท้อนทำให้เกิดประจักษ์พยานแห่งความจงรักภักดีที่ทวยราษฎร์มีต่อมารดาแห่งแผ่นดินที่พวกเขารักและเทิดทูนตลอดไป


บรรณานุกรม :
(๑) หนังสือที่ระลึกในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพ.ศ. ๒๕๑๓ เพื่อนำรายได้ทูลเกล้าฯ ถวายสมทบทุน “สมเด็จ” ในมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลนในพระบรมราชินูปถัมภ์
(๒) ภาพประกอบจาก : หนังสือประมวลพระราชกรณียกิจสำนักราชเลขาธิการ : พ.ศ. ๒๕๑๑, ๒๕๑๒, ๒๕๑๕

About the Author

Share:
Tags: สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ / ฉบับที่ 36 / สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ / พระบรมราชินีนาถ /

เรื่องราวอีกมากมายที่คุณจะชอบ