Sunday, July 14, 2024
เที่ยวไปรักษ์ไป

Timeless : ณ ที่ซึ่งกาลเวลาตามหาไม่เจอ…เวฬาวาริน

นิตยสารอนุรักษ์ ฉบับที่ 59
เรื่อง/ภาพ: นัทธ์หทัย วนาเฉลิม

Timeless : ณ ที่ซึ่งกาลเวลาตามหาไม่เจอ…

เวฬาวาริน

อาคารไม้กับการอนุรักษ์


  • เก็บเอกลักษณ์ของอาคารเก่า
  • เสริมความแข็งแรงให้อาคารเก่าโดยใช้วัสดุที่กลมกลืนกับตัวอาคารไม้
  • ยึดหลัก Climate Emergency ออกแบบแปลนให้ตัวอาคารมีความเย็นโดยที่ไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศ
  • เสริมซอกหลืบของอาคารให้เด่นชัด ทำให้บางมุมแทบไม่ต้องเปิดไฟ

      ที่หัวมุมถนนทหารบรรจบกับถนนสากล มีอาคารไม้เดียวดายอยู่หลังหนึ่ง มันเฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของอำเภอวารินชำราบอย่างเงียบๆ ตั้งแต่ยุคที่ความเจริญจากกรุงเทพฯ มาสร้างความคึกคักให้กับจังหวัดอุบลราชธานี จนถึงยุคโรคระบาดโควิด-๑๙ ที่มาซ้ำเติมสภาพเศรษฐกิจจนเงียบเหงาไปทั้งเมือง

      ผ่านเวลาไปกว่า ๘๐ ปี จากโรงแรมไม้แสนโก้ กลายเป็นอาคารสุดโทรม ภายในอาคารเละเทะจากคมเขี้ยวปลวกและโจรขโมยไม้ อย่างที่ภาษาอีสานเรียก “หมุ่นอุ้ยปุ้ย” จนชาวบ้านข้างเคียงร้องเรียนให้รื้อถอนนับครั้งไม่ถ้วน อะไรกันนะที่เป็นแรงบันดาลใจให้เจ้าของตึกเกิดแรงฮึดซ่อมแซมปรับปรุงในเวลานี้ เวลาที่ใครต่อใครไม่กล้าลงทุน และอะไรที่มาดลใจให้สถาปนิกบังเกิดแนวความคิดในการออกแบบปรับโฉมอาคารไม้ ๖ เหลี่ยมหลังนี้ และซ่อมแซมให้กลับมาเปล่งประกายดั่งสาวทรงเสน่ห์อีกครั้ง

เวฬาในวาริน

      แสงโทนอบอุ่นส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาบริเวณบาร์ที่ชั้นหนึ่งของโรงแรม ทำให้ฉันอดแปลกใจไม่ได้ว่าแสงกล้าของช่วงเวลาสี่โมงเย็นถูกลดทอนพลังไปได้อย่างไรนะ จากที่คิดจะใช้เป็นที่พักแรมทางเฉยๆ เป็นต้องเปลี่ยนใจขอสัมภาษณ์

“คุณอภิวัชร์ ศุภากร” เจ้าของอาคารคนปัจจุบันถึงการกอบกู้ชีวิตให้อาคารหกเหลี่ยมหลังนี้เสียเลย เจ้าของอาคารคนใหม่เลื่อน เวลคัมดริ้งมาตรงหน้าฉัน ยิ้มบางๆ ก่อนจะเริ่มต้นเล่าว่า

“อาคารหลังนี้ท่านผู้หญิงตุ่น โกศัลวิตร และ สามีคือ คุณวิชิต โกศัลวิตร สร้างขึ้นประมาณปี ๒๔๘๒ ท่านผู้หญิงเป็นคนค้าขาย ท่านจึงสร้างอาคารหลังนี้ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นที่เก็บสินค้าที่ขนมาทางแม่น้ำมูน คุณตาของผมกับสามีของท่านผู้หญิงนั้นสนิทกัน คุณตาก็เลยซื้ออาคารหลังนี้ต่อมา เป็นจังหวะที่ทางรถไฟสร้างมาถึงจังหวัดอุบลราชธานีพอดี ความที่อาคารหลังนี้อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ คุณตาก็เลยปรับให้เป็นโรงแรม สมัยนั้นใช้ชื่อว่า โรงแรมสากล ตอนทำแบ่งเป็นห้องเล็กๆ ๒๑ ห้อง แล้วก็มีห้องน้ำรวมที่ชั้น ๒ เห็นว่าตอนนั้นคิดค่าห้องคืนละ ๑๐ บาท ดำเนินกิจการมาได้ ๒๐-๓๐ ปี คุณตาก็เสียตอนผมอายุ ๓ ขวบ หลังจากคุณตาเสีย คุณยายก็เลยไม่ได้ทำต่อ เพราะไม่มีคนดูแล ก็เลยปิดกิจการไป แต่ด้านล่างยังมีคนมาเช่าทำร้านขายอาหารบ้าง ขายผ้าไหมบาง ขายเครื่องใช้ไฟฟ้าบ้าง”

About the Author

Share:
Tags: สิ่งแวดล้อม / เวฬาวาริน /

เรื่องราวอีกมากมายที่คุณจะชอบ