
นอกจากจะทรงกํากับดูแลงานดังได้กล่าวมาแล้ว สมเด็จพระนางเจ้าฯ ยังมีพระราชประสงค์ที่จะแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวที่ทรงให้ความสําคัญที่สุดในการ แก้ไขปัญหาเรื่องน้ํา ทั้งน้ํากินน้ําใช้ และเพื่อการ เพาะปลูกของราษฎร
“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ํา ฉันจะ เป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ํา… พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ํา ฉันจะสร้างป่า”


คือพระราชวาจาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถที่ได้พระราชทานอย่างเด็ดเดี่ยว มั่นคง
ในพระราชหฤทัย บังเกิดเป็นโครงการตาม พระราชดําริ “ป่ารักน้ํา” และโครงการ “บ้านเล็ก ในป่าใหญ่” เพื่อดูแลรักษารักษาสิ่งแวดล้อม ในประเทศไทยหลายๆ ด้าน ได้แก่ ด้านป่าไม้ ด้านพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ ด้านป่าชายเลน และด้าน คุณภาพชีวิต

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงนําข้าราชการและประชาชนปลูกต้นไม้ราว ๑๐๐ ต้น ที่เป็นไม้โตเร็วและพันธุ์ไม้บํารุงดิน ในแปลง ดินที่เตรียมไว้ ๑ ไร่ พระองค์เองทรงปลูกต้นประดู่แดงและต้นยูคาลิปตัส
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถทรงมีสายพระเนตรอันยาวไกล ทรงรู้แจ้งและมี ความลึกซึ้งเป็นอย่างยิ่งว่า แนวทางในการสงวนรักษาคุณภาพของสิ่งแวดล้อมนั้นต้องดําเนินไปอย่างบูรณาการ เพราะทั้งธรรมชาติและผู้คนผูกพันใกล้ชิดกันอย่างแนบแน่น เมื่อสิ่งหนึ่งสิ่งใด เสียหายหรือขาดหายไปก็จะเกิดผลกระทบไปยังอีกสิ่งหนึ่งด้วย
ดังพระราชดํารัสที่พระราชทานแก่พสกนิกร เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๒๖ ณ ศาลาดุสิดาลัย มีความตอนหนึ่งว่า

“ข้าพเจ้าออกเยี่ยมเยียนราษฎรในชนบท ทั่วประเทศ และทุกแห่งที่ไป ก็จะพบว่า ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในชนบทนั้นแร้นแค้นลง ทั้งนี้อาจเป็นเพราะสิ่งแวดล้อมและความสมดุลตามหมู่บ้านและเมืองต่างๆ เปลี่ยนไป อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการทําลายป่าไม้ ภาวะน้ําท่วมหรือความแห้งแล้ง กลายเป็นอุทกภัยที่เกิดขึ้นทุกปีในบางส่วนของประเทศ ศัตรูพืช ทําลายผลผลิตปีแล้วปีเล่า เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ข้าพเจ้าเองพยายามที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ … หากเราจะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้ เราต้องหันมาปกป้องรักษาป่าไม้ที่เหลืออย่างจริงจัง และในเวลาเดียวกันก็ต้องให้โอกาสที่ความสมดุลทางธรรมชาติจะฟื้นฟูขึ้นมาได้อีก วิธีนี้จะทําให้เราสามารถช่วยตัวเองกันได้ อย่างที่เราเคยทํากันมาแล้วเป็นเวลานับร้อยๆ ปี

“…ข้าพเจ้ารู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก ในทรัพยากรที่เรามีอยู่ แต่เราต้องรู้จักใช้มันอย่างชาญฉลาดเพื่อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจศึกษาวิจัย และนันทนาการ
…ประวัติศาสตร์จะต้องไม่จารึกว่า คนรุ่นเรา คือผู้ที่ทําลายป่าไม้และสัตว์ป่าของเราจนหมดสิ้น สิ่งเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของมรดกของแผ่นดิน และ มีสิทธิที่จะมีชีวิตบนแผ่นดินนี้ไม่น้อยไปกว่าเราข้าพเจ้าหวังว่า ท่านคงจะเห็นพ้องกับข้าพเจ้าในความห่วงใย และจุดประสงค์ที่จะปกป้อง แผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ อันเป็นมรดกที่เราได้รับมาจากบรรพบุรุษรุ่นก่อนๆ ปกป้องไว้ ไม่ใช่เพื่อตัวของเราเองเท่านั้น แต่เพื่อลูกหลานของเรา และ ลูกหลานของเขาต่อๆ กันไป”




