ทุ่งโปรงทอง เป็นตัวชี้วัดหนึ่งที่ทำให้เห็นภาพของความพยายาม จากการลงมือปลูกใหม่ ทำให้ภาพท้องทุ่งสีทอง ปรากฏขึ้นในใจของชาวบา้ น จากนัน้ ก็ทำสะพานไม้เพื่อใช้เดินไปที่ท่าเรือ
“พอมีกลุ่มเยาวชน มีคนดูงาน มีนักท่องเที่ยวเข้ามามากๆ ลุงก็เริ่มคิดว่า เราน่าจะมีการจัดการขยะ เพราะมันก็จะเข้ามามากเหมือนกัน”
การทำความสะอาดเริ่มจากที่บ้าน แล้วค่อยๆ ขยายออกไปที่ชุมชน กระทั่งทุกคนเรียนรู้วิธีกำจัดขยะ ทำให้เมืองประแสร์ไม่จำเป็นต้องมี “ถังขยะ” อีกต่อไป


ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อชุมชนประแสร์มองเห็นคุณค่าของการอนุรักษ์ และการเพิ่มมูลค่าของทรัพยากร จึงรวมกลุ่มกันทํากิจกรรม ต่างๆ ทั้งการผลิตน้ําหมักชีวภาพใช้ในการเกษตร การผลิตชา ใบขลู่ ฯลฯ จนสร้างรายได้ให้กับชุมชนมากมาย
สําหรับสะพานไม้ที่เอ่ยถึงนั้น เรียกว่า สะพานศึกษาธรรมชาติ ป่าชายเลน บ้านแสมผู้ ตั้งอยู่ที่บริเวณหมู่ ๗ สะพานนี้สร้าง ทอดยาวจากหมู่บ้าน ทะลุป่าโกงกางและทุ่งโปรงทองออกไป ที่ทะเลอ่าวไทย ส่วนใจกลางของสะพาน จะสามารถมองเห็นภาพ ทุ่งโปรงทองสุดอัศจรรย์ ที่พร้อมทําให้ทุกคนได้อึ้งตะลึงงันกับความงดงามตรงหน้า
อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ สะพานป่าชายเลนบ้าน หัวโขด หรือ Boardwalk ที่ตั้งอยู่บริเวณหมู่ที่ ๑ ที่นั่นเป็นสะพาน ที่สร้างขึ้นตามสะพานไม้รูปแบบเดิมเพื่อใช้ชมธรรมชาติ เมื่อยาม น้ําลงจะมองเห็นปูแสม ปูก้ามดาบ และสัตว์น้ําอีกหลายชนิดแน่นอนว่า ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าชายเลนทําให้นักท่องเที่ยวสามารถเห็นหิ่งห้อยได้ง่ายในคืนเดือนมืด
ประแสร์ เพิ่งกลับมาเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองท่องเที่ยวเชิง อนุรักษ์ ทางชุมชนจึงรวมกลุ่มกันจัดทําโฮมสเตย์ ให้บริการที่พัก พร้อมอาหาร รวมถึงจัดกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้วิถีชีวิต และ นําเที่ยวในจุดสําคัญต่างๆ ของชุมชนประแสร์
อาจเริ่มต้นที่ วัดตะเคียนงาม ซึ่งเป็นวัดสําคัญในชุมชน มีความโดดเด่นตรงที่มีต้นตะเคียนขนาดใหญ่อายุกว่า ๕๐๐ ปี ตั้งอยู่ใจกลางวัด คนสมัยก่อนจะใช้ต้นตะเคียนทองต้นนี้ เป็นแลนด์มาร์ก ในการนําเรือกลับเข้าฝั่ง นั่นทําให้ชาวบ้านค่อนข้าง จะให้ความสําคัญกับต้นตะเคียนนี้มาก จึงตั้งศาลเจ้าแม่ตะเคียน
ไว้กราบสักการะภายในวัด


สําหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเรื่องราวในอดีต ที่นี่ก็มี พิพิธภัณฑ์ เรือรบหลวงประแสร์ ให้ได้ศึกษากัน เรือลํานี้ผ่านการกรํางานอย่าง หนักในฐานะเรือรบหลวงของกองทัพไทยมาเป็นเวลาเนิ่นนาน ทั้งยังมีส่วนร่วมในการปฏิบัติการรบในคาบสมุทรเกาหลี ปฏิบัติ การที่ญี่ปุ่น ปฏิบัติการคุ้มกันเรือบรรทุกน้ํามัน และลาดตระเวนอ่าวไทย
กระทั่งปลดประจําการ ทางเทศบาลตําบลปากน้ําประแสร์จึงได้เสนอโครงการก่อสร้างอนุสรณ์เรือรบหลวงประแสร์ เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ นับแต่นั้นมาเรือรบดังกล่าว จึงถูกเคลื่อนย้ายมาตั้งตระหง่านอยู่ที่นี่จนถึงปัจจุบัน

ใกล้ๆ เรือรบหลวงประแสร์ เป็นที่ตั้งของ ศาลสมเด็จ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ภายในประดิษฐานรูปหล่อเท่าองค์ จริงของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์ พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย หากต้องการความ เป็นสิริมงคล ก็สามารถแวะไปไหว้ขอพร รวมถึงจุดประทัดถวายให้ท่านก่อนเดินทางกลับก็ได้
“ประแสร์” เคยเป็นเมืองสําคัญและโด่งดังมาก่อน ต่อมา เมื่อมีการรุกล้ำธรรมชาติ ชื่อเสียงของเมืองนี้ก็ค่อยๆ ดับลงไป การจะทําให้เป็นที่รู้จักอีกครั้งจึงเป็นเรื่องยาก เหมือนกับที่ลุงชโลม วงศ์ทิม ปราชญ์ชาวบ้านบอกเอาไว้
“ทําลายง่ายนิดเดียว แต่การสร้างใหม่ต้องใช้เวลา” ไม่ว่าใครก็ตาม ถ้าไม่อยากให้ภาพความงดงามของธรรมชาติสูญหายไป อาจต้องถามใจตัวเองกันสักนิดว่า วันนี้คุณพร้อมที่จะ “รักษ์” แล้วหรือยัง


