Thursday, April 30, 2026
เที่ยวไปรักษ์ไป ชื่นชมอดีต

เฮียราโพลิส…เมืองโบราณแห่งอาณาจักรปุยฝ้าย

เรื่อง/ภาพ: นัทธ์หทัย วนาเฉลิม

ภาพด้านหน้าของวิหารอะพอลโล สร้างขึ้นในศตวรรษที่ ๒ ประกอบด้วย The Nymphaeum ในอดีตเคยเป็นเทวสถานที่สร้างขึ้นแด่เทพี Nymphs

          ถ้อยคำสวยๆ ที่กล่าวกันว่า “การเดินทางเป็นดวงตาของนักเขียน” ดูท่าแล้วจะเป็นคำกล่าวที่ไม่เกินจริงเลย ค่าที่แม้จะมีสายการบินบินตรงจากอิสตันบูลไปยังเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ในทูร์เคียช่วยให้ประหยัดเวลาในการเดินทางก็จริง แต่หากเลือกเดินทางโดยรถยนต์แม้จะใช้เวลานานสักหน่อย แต่จะได้เห็นวิถีชีวิต ๒ ข้างทาง ทั้งการปศุสัตว์และการกสิกรรม ทำให้เข้าใจสภาพเศรษฐกิจและสังคมของเมืองได้ไม่น้อย

หมุดหมายการเดินทางครั้งนี้อยู่ที่โบราณสถานมรดกโลกอีกแห่งของทูร์เคีย “เฮียราโพลิส” (Hierapolis)

          เฮียราโพลิสตั้งอยู่ที่เมืองปามุคคาเล่ (Pamukkale) จังหวัดเดนิชลี (Denizli) การเดินทางโดยรถยนต์ แม้จะใช้เวลายาวนานกว่า ๙-๑๒ ชั่วโมง แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวให้แวะชมตามรายทาง ทำให้หนทางที่ยาวไกลไม่น่าเบื่อเกินไปนัก

ทุกเช้าที่หน้าโรงแรมจะมีคุณแม่บ้านชาวท้องถิ่นนำงานฝีมือจากผ้าฝ้ายมาขายให้กับนักท่องเที่ยวอ

          ข้างนอกหน้าต่างทิวทัศน์สลับสับเปลี่ยนจากทุ่งหญ้าปศุสัตว์ที่มีฝูงวัวนมจับกลุ่มเคี้ยวเอื้องไบ่ๆ ไปเป็นพื้นที่เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจทั้งองุ่น มะกอก ออริกาโน่ พืชท้องถิ่นอย่างเชอร์รี่โฮนาช (Honaz cherry) และทับทิมฮิจาซ (Hijaz pomegranate) ยังมีพืชเศรษฐกิจที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้ คือ ฝ้าย เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่าฝ้ายมีความสำคัญอย่างไร

          ตามกฎหมายทางหลวงของทูร์เคียบังคับให้การขับรถทางไกลต้องพักรถพักคนทุกๆ ๒ ชั่วโมง ร้านอาหารท้องถิ่นริมทางจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ไม่เลว ซึ่งอาหารท้องถิ่นทูร์เคียไม่ได้มีแค่ข้าวมันไก่เท่านั้น ยังมีเมนูน่าสนใจอื่นๆ ให้ได้ลิ้มลอง เช่น “โดลมา” (Dolma) เป็นการนำข้าวพิลาฟ (Pilaf) ไปคลุกเคล้ากับเนื้อสัตว์ และ เครื่องเทศ ก่อนจะนำไปยัดไส้ในผักอย่างแตงกวา มะเขือยาว พริกหยวก หรือใบองุ่นแล้วนำไปนึ่งให้สุก รสชาติกลมกล่อม หอมกลิ่นเครื่องเทศ ไม่เผ็ด มีความหวานธรรมชาติจากพืชผักที่นำมายัดไส้ เรียกได้ว่าเป็นรสชาติที่เด็กกินได้ ผู้ใหญ่ลิ้นบางสู้ความเผ็ดไม่ได้ก็กินดี เมื่อพลังงานงานเต็มเปี่ยมก็พร้อมเดินทางต่อ

ภาพ ทูร์เคียมีการเลี้ยงแพะแกะบ้างแต่เป็นปศุสัตว์ขนาดเล็ก ต่างจากการเลี้ยงโคนมที่เป็นปศุสัตว์ขนาดใหญ่ ในภาพเป็นโคนมพันธุ์โฮลสไตล์ ฟรีเชี่ยน และ พันธุ์บราวน์ สวิส ที่ให้น้ำนมสูงถึง ๖,๐๐๐ กิโลกรัม ต่อ ฤดูกาลรีดนม

          ภูเขาประดับยอดขาวโพลนที่เบื้องหน้าบอกให้รู้ว่าที่นี่คือเมือง “ปามุคคาเล่” ปามุคคาเล่ แปลว่า ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton castle) แต่ชื่อนี้ไม่ได้ตั้งขึ้นเพราะยอดสีขาวบนภูเขาเท่านั้น แต่ฝ้ายยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ปัจจุบันฝ้ายยังเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอที่แข็งแกร่งของภูมิภาค ดังนั้นชื่อปราสาทปุยฝ้ายจึงถูกตั้งขึ้นมาด้วยความสำคัญของพืชเศรษฐกิจประจำภูมิภาค

ภาพบริเวณปุยฝ้ายที่เห็นที่พื้นล่าง ที่แท้แล้วคือตะกอนผลึกแคลเซียมคาร์บอเนต ที่จับตัวเป็นชั้นราวกับอ่างน้ำธรรมชาติ

          เมื่อรถค่อยๆ ไต่ระดับความสูงขึ้นไปจนใกล้บริเวณที่ดูคล้ายหิมะขาวโพลน จึงได้รู้ว่าที่แท้มันคือผลึกแคลเซียมคาร์บอเนตที่ตกตะกอนจากน้ำพุร้อน

          บนยอดเขาปามุคคาเล่เป็นที่ตั้งของเมืองโบราณ “เฮียราโพลิส” (Hierapolis) เมืองโบราณในยุคกรีก-โรมัน สร้างขึ้นราว ๑๙๐ ปีก่อนคริสตกาล โดยกษัตริย์ยูเมเนสที่ ๒ แห่งอาณาจักรเปอร์กามอนที่เคยปกครองพื้นที่แถบนั้น ก่อนที่จะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของโรมันในช่วงศตวรรษที่ ๒-๓ เมืองเฮียราโพลิสเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดก่อนจะล่มสลายในศตวรรษที่ ๗ จากการโจมตีของอาหรับ

ภาพสุสาน (Necropolis) แม้เป็นตอนกลางวันก็ยังอดรู้สึกวังเวงไม่ได้

          เฮียราโพลิส หมายถึง นครศักดิ์สิทธิ์ สร้างขึ้นมาเพื่อเป็น “ชีวาศรมครบวงจร” มีทั้งโรงพยาบาล ที่พัก โรงละคร ไปจนถึงสุสาน! สถานที่พักพิงแห่งสุดท้ายหลังความตาย ทั่วไปแล้วแนะนำว่าควรจะเดินขึ้นเขาไปชมเมืองโบราณเสียก่อน แล้วจึงกลับลงไปแช่น้ำแร่ร้อนจะผ่อนคลายอย่างที่สุด

          ที่บริเวณทางเข้าทางด้านทิศเหนือ (North gate) เต็มไปด้วยหีบหรือกล่องหินกระจายอยู่ทั่วทั้งเนิน ไกด์อธิบายว่าหีบหินเหล่านั้นที่แท้คือโลงศพ เป็นสุสานโบราณ หรือ เนโครโพลิส (Necropolis) แม้จะเป็นตอนกลางวันแต่ซากปรักหักพังเหล่านั้นก็ทำให้เกิดบรรยากาศวิเวกวังเวงชวนหลอนอยู่เหมือนกัน

 โรงละครซึ่งเป็นสถานที่สำคัญมีการประดับหินอ่อนแกะสลักอันประณีตงดงาม

          จุดไฮไลท์ของเฮียราโพลิสคือ “โรงละคร” (Grand theater) ซึ่งมีระยะเดินเท้าราวๆ ๑.๕ กิโลเมตร แต่ระหว่างทางเดินนอกจากทุ่งดอกไม้ป่าน่ารักน่าเอ็นดูแล้ว ยังมีร่องรอยอารยธรรมอื่นๆ ของเมืองโบราณ เช่น “ประตูฟรอนตินัส” ซึ่งเป็นประตูเมือง และ “ประตูไบเซนไทน์” ที่เป็นเสมือนป้อมปราการทางทิศเหนือของเมือง

          ระยะทาง ๑.๕ กิโลเมตร นับว่าไม่ไกลเกินไป ในที่สุดโรงละครอันเป็นไฮไลท์ของเมืองก็อยู่ที่เบื้องหน้านี่เอง โบราณสถานแห่งนี้เป็นอัฒจันทร์ขนาดใหญ่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวศริสตศักราช ๖๐ ใช้วิธีสกัดเข้าไปในไหล่เขาเพื่อทำเป็นอัฒจันทร์ ซึ่งเป็นเทคนิคการสร้างที่นิยมของชาวโรมัน  สามารถจุคนได้ราว ๑๒,๐๐๐ คน ไม่ว่าจะเป็นการแสดง หรือ การแข่งขัน ในยุคนั้น ล้วนมาจัดที่นี่

          ได้ยินว่าหากไปยืนที่จุดศูนย์กลางยังเวทีด้านล่างเพียงพูดเบาๆ เสียงจะดังก้องไปทั้งอัฒจันทร์ แต่ปัจจุบันสิ่งปลูกสร้างโบราณหลังนี้ทรุดโทรมไปมาก ทางเจ้าหน้าที่จึงล้อมรั้วตั้งแต่ช่วงกลางอัฒจันทร์ ไม่ให้นักท่องเที่ยวลงไป ให้เดินเล่นชื่นชมอดีตกันแค่เพียงครึ่งบน

นั่งบอลลูนเป็นกิจกรรมที่นั่งท่องเที่ยวนิยมกันมากเพราะสามารถมองเห็นปามุคคาเล่ทอดยาวกว่า ๒.๗ กิโลเมตร ได้จากมุมสูง

          บันไดหินแต่ละขั้นของอัฒจันทร์นั้นใหญ่โตราวกับสร้างไว้สำหรับมนุษย์ ๗ ศอก หินบางก้อนที่อยู่ริมทางเดินจะมีช่องวงกลมสมบูรณ์ที่ไม่ได้เกิดจากการแตกห่าง เป็นช่องที่ช่างเขาเจาะไว้เมื่อสองพันกว่าปีก่อน ในยุคโบราณช่องนี้คงไม่ได้มีไว้สำหรับใส่แก้วน้ำหรือแก้วป๊อบคอร์นแน่นอน แต่มีไว้สำหรับเสียบคบเพลิงก็สมัยนั้นยังไม่มีไฟฟ้านี่นะ

          หลังจากเดินมาทั้งบ่ายก็ได้เวลาผ่อนคลายความเมื่อยล้ากับสายน้ำอุ่นแล้ว ปามุคคาเล่เกิดจากธารน้ำแร่ร้อนที่ไหลมาจากภูเขาทางทิศเหนือ น้ำแร่ร้อนสายนี้มีส่วนผสมของแคลเซียม คาร์โบเนต เมื่อตกตะกอนรวมกันกลายเป็นอ่างน้ำธรรมชาติเป็นชั้นเป็นช่อราวกับมือวิเศษมาจัดวาง ยิ่งเมื่อต้องแสงอาทิตย์ยามเย็นยิ่งเกิดประกายงดงามเป็นพิเศษ

          น้ำแร่ที่นี่ไม่ได้ร้อนจัดแบบออนเซ็นทางญี่ปุ่น หรือที่เมืองคาโรรีวารี แต่มีอุณหภูมิประมาณ ๓๕ องศา กำลังสบายทั้งยังมีสรรพคุณด้านสุขภาพและความงามด้วย โดยเชื่อกันว่าหากได้มาแช่น้ำแร่ร้อนที่นี่เพียง ๑ วัน ทำให้อ่อนเยาว์ไปถึง ๑๐ ปี ทำให้พระนางคลีโอพัตราได้เสด็จแปรพระราชฐานมาประทับอยู่ที่นี่ในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งร่องรอยของสระน้ำโบราณยังคงปรากฏอยู่จนถึงปัจจุบัน

โรงอาบน้ำ สำหรับผู้ที่อยากแช่น้ำแร่ ภายในมีการจำลองบรรยากาศอย่างนครเฮียราโพลิส

          แต่ที่จริงแล้วสรรพคุณด้านสุขภาพของน้ำแร่ร้อนที่ปามุคคาเร่คือรักษาอาการเจ็บปวดจากโรคไขข้ออักเสบ ด้วยสรรพคุณตามที่เล่ามาทำให้มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาแช่ตัวกันอย่างล้นหลาม บางครั้งเจ้าแมวเหมียวที่พบเห็นได้ทุกที่ในทูร์เคียก็ยังลงไปแช่กับเขาด้วย ปามุคคาเล่และเมืองเฮียราโพลิสได้รับการยกย่องจากยูเนสโก ประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปีคริสตศักราช ๑๙๘๘

น้ำแร่ร้อนปามุคคลเล่มีสรรพคุณช่วยลดความเจ็บปวดจากโรคไขข้อ (วาที่) แม่แมวคงอยากจะแช่เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าบ้าง

 ร่องรอยสระน้ำโบราณที่ยังหลงเหลืออยู่

          ปัจจุบันน้ำแร่ร้อนที่ยังผุดออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมมาชื่นชมความงามจากอ่างน้ำธรรมชาติตะกอนแคลเซียมคาร์บอเนตและแช่น้ำเพื่อสุขภาพและความงาม แต่ขึ้นชื่อว่ามนุษย์แล้วไปถึงไหนก็เกิดการทำลายที่นั่นทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ ทำให้ปามุคคาเล่บอบช้ำ เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลจึงจำต้องห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวลงไปเล่นน้ำในอ่างผลึกแคลเซียม เพื่อให้ธรรมชาติได้ซ่อมแมตัวเอง

          แต่กระนั้นเพื่อไม่ให้เสียอรรถรสในการท่องเท่องเที่ยวทางการได้จำลองแอ่งน้ำขึ้นมาแล้วปล่อยน้ำแร่ร้อนใส่ลงในอ่าง นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการแช่น้ำแร่ร้อนมาแล้วไม่ผิดหวังได้เล่นน้ำแน่นอน

ซากปรักหักพังของเมืองเฮียราโพลิสที่เหลืออยู่

About the Author

Share:

เรื่องราวอีกมากมายที่คุณจะชอบ