
พันธกิจ “คราฟต์”
นิคมอุตสาหกรรมให้เป็น
พื้นที่ปลอดภัยของ
ความหลากหลายทางชีวภาพ
วันนี้คอลัมน์ Crafting Soul พาทุกท่านนึกถึงเสียงของฝูงนกกระจาบและสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายชนิดที่อยู่รวมกันในบ้านหลังใหญ่ บ้านหลังนี้ที่ช่วยขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของประเทศ นั่งคุยแบบเจาะลึกกับคุณ ปจงวิช พงษ์ศิวาภัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAID กับพิมพ์เขียวของนิคมอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่ต้องทั้งฉลาดและสะอาด (Smart & Eco)
โจทย์ใหญ่ในวันนี้ ทำอย่างไรให้การพัฒนา
พื้นที่อุตสาหกรรมเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
สมดุลของในแง่การเติบโตของเศรษฐกิจ
พร้อมความรับผิดชอบยิ่งใหญ่ต่อสิ่งแวดล้อม
พื้นที่ตรงนี้มีอะไร ต้นไม้กี่ชนิด นกกี่สายพันธุ์
แล้วอื่น ๆ ที่เป็นกลไกของระบบนิเวศ
“เราออกแบบตั้งแต่เริ่มต้น ในการอยู่ร่วมกันระหว่างอุตสาหกรรมและธรรมชาติ เราจะไม่ยอมให้ธรรมชาติรอบตัวติดลบ (No Net Loss) อะไรที่ขาดหายไป เราจะฟื้นฟูให้กลับมาเท่าเดิม และจะคืนความสมบูรณ์ยิ่งกว่าเดิม (Net Positive) ภายในปี 2050” คุณปจงวิช กล่าว

งาน “คราฟต์” ชิ้นนี้สัญญาที่จะคืนความสมบูรณ์
ให้ธรรมชาติและเป็นพื้นที่ปลอดภัย
ของความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity)
“อุตสาหกรรมสามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ ที่ WHAID เราให้ความสำคัญกับ Biodiversity อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ที่ทำเกษตรมาก่อน หรือเป็นที่รกร้างต่างมีธรรมชาติที่แตกต่างกัน
ก่อนที่เราจะพัฒนาพื้นที่โครงการของดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จะมีการดำเนินการ survey ในการที่จะวัดความสมบูรณ์ของธรรมชาติ หรือการวัด Biodiversity Score ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพันธุ์พืชต่าง ๆ ในท้องถิ่น สัตว์ต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ แล้วนำมาประมวลเป็นคะแนนอย่างเป็นรูปธรรม”


จับมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง
ผู้เชี่ยวชาญในการขับเคลื่อนความหลากหลายทางชีวภาพ
ลงสำรวจพื้นที่ ออกแบบพัฒนาให้บ้านใหญ่หลังนี้
มีสีเขียวที่สมบูรณ์เพื่อทุกชีวิต
“ WHAID ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมแห่งแรก ที่ร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในการดำเนินการโครงการขับเคลื่อนด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ทางมูลนิธิฟ้าหลวงเข้ามาช่วยออกแบบในการพัฒนาพื้นที่สีเขียวในโครงการ WHAID ให้เป็นพื้นที่สีเขียวที่สมบูรณ์ได้แต้มที่สูงที่สุด ที่ผมอธิบายไปก่อนหน้านี้เรื่อง No Net Loss หากพื้นที่เกิดการเปลี่ยนแปลง เรามีแนวทางฟื้นฟูและชดเชยระบบนิเวศ และคืนกำไรให้กับระบบนิเวศ อย่างเช่น การปลูกป่าให้สมบูรณ์มากขึ้นกว่าเดิม”

ซูเปอร์เอลนีโญและภาวะโลกร้อน บ้านหลังนี้เตรียมพร้อมทุกความเสี่ยง
จากภัยแล้งเพื่อให้ธรรมชาติ ชุมชน
และอุตสาหกรรมเดินไปพร้อมกัน
จึงมีการจัดการทรัพยากร “น้ำ” ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
“โจทย์ใหญ่ของภาคอุตสาหกรรม เราใช้แนวคิด Circular Economy อย่างในขบวนการผลิตต่างๆที่เกิดขึ้นนิคมอุตสาหกรรม เราจะทำยังไงให้น้ำเสียถูกทิ้งไปน้อยที่สุด เราทำด้าน Recycle / Reclaimed Water มาพักใหญ่ คือ นำน้ำที่ผ่านการใช้แล้วของอุตสาหกรรม (Waste Water) นำกลับมาเข้ากระบวนการบำบัดจนเป็นน้ำที่มีคุณภาพที่ดีมาก ซึ่งดีกว่าคุณภาพของน้ำประปา แล้วนำมาหมุนเวียนใช้ใหม่ เรามีเป้าหมายชัดเจนในปี 2030 บำบัดน้ำเสียกลับมาใช้ 70% และในปี 2050 เราจะ Reclaim ให้เต็มร้อยครับ”

จากน้ำสู่คุณภาพอากาศ
อีกหนึ่งในหัวใจสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม
ที่ทุกคนเป็นห่วง
เทคโนโลยีต่าง ๆ จึงเข้ามามีส่วนร่วมช่วยดูแลบ้านหลังใหญ่
ที่มีหลายหลังสิบหลัง
มาตรฐาน คุณภาพ ธรรมชาติ
ความปลอดภัยต้องมาก่อน
“ สำหรับการดูแล 15 นิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ เรามีศูนย์ Unified Operation Center (UOC) ที่รวบรวมข้อมูลการวัดพารามิเตอร์ต่างๆ จากทุกนิคมฯ คอยตรวจตราไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำ เรื่องคุณภาพอากาศ ฝุ่น รวมถึงก๊าซมลพิษทางอากาศ อย่าง ไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) ซัลเฟอร์ออกไซด์ (SOx) ข้อมูลจะถูกดึงเข้าสู่ศูนย์กลางที่ Headquarter ตึก WHA Tower โดยมีหน่วยงานมอนิเตอร์ 24 ชั่วโมง หากมีการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติระบบเตือนภัยจะทำงาน และแจ้งไปที่นิคมฯทันที “


พันธกิจดูแลบ้านหลังใหญ่ คือ นิคมอุตสาหกรรมกว่า 15 แห่ง
ในประเทศไทยกว่า 83,000 ไร่
และ 2 แห่งในเวียดนาม
ของ บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
หรือ WHAID กับความคาดหวังของนักลงทุนทั่วโลก
“เราไม่ได้สร้างเพียงโรงงาน แต่เรากำลังสร้างเมือง ความรับผิดชอบของผู้พัฒนาจึงไม่ได้จบลงเมื่อส่งมอบที่ดิน หากรวมถึงการดูแลคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบข้าง การเดินไปเคียงข้างพร้อมกับนักลงทุนขนาดใหญ่ และใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม”
“เราเป็นผู้สร้าง Ecosystem ที่รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เราพัฒนานิคมอุตสาหกรรมมากกว่า 17 แห่งทั้งในประเทศไทย 15 แห่ง และในเวียดนาม 2 แห่ง โดยใช้เทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ กำหนดมาตรฐานด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมที่มากกว่ากฎหมายกำหนด เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับ ESG เพิ่มศักยภาพการของประเทศไทยในแข่งขันระดับโลก สร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนในประเทศไทย เรายังสร้างชุมชนที่เข้มแข็งทั้งด้านศึกษา ด้านอาชีพให้เติบโตไปพร้อมกัน เพราะเป้าหมายของเรา คือ การสร้างอนาคต”
บ่ายนี้ที่ผู้บริหารแห่ง WHAID ได้สละเวลามานั่งคุย ทำให้เราตระหนักว่าหากผู้นำยังคงเลือกที่จะ ‘คราฟต์’ มาตราฐานที่สูงขึ้นด้วยนวัตกรรมอันชาญฉลาด ธรรมาภิบาล และใส่ใจธรรมชาติกับชุมชนรอบตัว ช่วยสร้างความมั่นคงให้ทั้งเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน


