Monday, May 25, 2026
ชื่นชมอดีต

นางสาวไทย เริ่มจากการเมือง

สว่างจิตต์ คฤหานนท์ นางสาวไทย ปี ๒๔๘๓

พอถึงปีที่ ๗ ของการประกวดเป็นนางสาวไทยคนที่ ๒ คือ คุณสว่างจิตต์ คฤหานนท์ เปลี่ยนมาประกวดในชุดกีฬาแทน คือสวมเสื้อมีแขนและนุ่งกางเกงกีฬาขาสั้นเหนือเข่าเล็กน้อย ทั้งผู้ชมและกรรมการจะได้เห็นขาของนางงามอย่างเปิดเผยสิ้นกังขา ไม่ต้องทำลี้ๆ ลับๆ ไปถลกดูหลังเวทีให้เป็นที่ประดักประเดิดทั้งกรรมการและนางงามเอง

เมื่อได้นางงามสยาม ๕ คน นางสาวไทย ๒ คน แล้วก็ต้องหยุดอยู่แค่นั้น เพราะเกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ และสงครามอินโดจีน พ.ศ. ๒๔๘๔-๒๔๙๐

นางสาวไทยสมัยหลังสงคราม เริ่มต้นปีพ.ศ. ๒๔๙๑ นางสาวไทยก็เริ่มใส่ชุดว่ายน้ำ รองเท้าส้นสูงเข้าประกวดให้ดูเป็นสากลขึ้น ปีแรกชุดว่ายน้ำของคุณลัดดา สุวรรณสุภา ยังเป็นแบบกระโปรงกางเกงสั้นเหนือเข่าเล็กน้อย (หรือที่เรียกว่ากระเปรง) ปีต่อมาก็พัฒนาเป็นชุดว่ายน้ำที่สั้นขึ้น แต่คลุมทับกางเกงชั้นในไว้ เมื่อนางงามนุ่งน้อยห่มน้อยเดินประกวดกันในคืนฤดูหนาวเดือนธันวา จึงเริ่มมีผ้าคลุมสำหรับตำแหน่งนางสาวไทย สงสารแต่พวกรองนางสาวไทยที่นอกจากต้องยืนถือถ้วยใบเล็กกว่าแล้วยังต้องยืนตากลมหนาวอยู่นาน ยิ่งเวทีเป็นเวทีกลางแจ้งก็ยิ่งหนาวมาก เวทีประกวดนางงามทางภาคเหนือที่คัดตัวเพื่อส่งชิงตำแหน่งนางสาวไทย ใต้พื้นไม้กระดานเวทีถึงกับต้องมีเตาถ่านอั้งโล่คอยให้ความอบอุ่นแก่นางงามตามจุดที่นางงามต้องยืน และระหว่างเดินโชว์ตัวในจุดที่นางงามต้องหยุดหมุนตัว ก็ต้องมี “ฮีตเตอร์” เตาถ่านอยู่ข้างใต้เสมอ นางงามจะได้หยุดรับความอุ่น และผู้ชมจะได้เห็นนางงามชัดๆ นานๆ ขึ้นอีกนิด

พูดถึงสถานที่จัดประกวดก็เปลี่ยนย้ายไปตามความเหมาะสมเมื่อผู้ชมมากขึ้น จากวังสราญรมย์ ไปสวนอัมพร จนกระทั่งย้ายไปสร้างเวทีกลางแจ้งที่เกาะลอยสวนลุมพินี เพราะไม่มีอาคารขนาดใหญ่ที่จุคนได้มากและปรับอากาศแบบคอนเวนชั่นฮอลล์จุคนได้มากเหมือนสมัยนี้

ศิลปิน ผศ. ประเทือง ครองอภิรดี

“โฉมเอย โฉมงาม อร่ามแท้ แลตะลึง…”

เพลงนี้เป็นเพลงคู่กับการประกวดนางสาวไทย ใช้เป็นเพลงประกอบการเดินประกวดอยู่หลายสิบปี เพลงนี้มิได้มีตั้งแต่แรกเริ่ม วงสุนทราภรณ์บรรเลงเพลงประกอบการเดินด้วยเพลงอะไรต่างๆ ก็ไม่มีใครจดจำ ในปีพ.ศ. ๒๔๙๖ ทันทีที่ประกาศว่าคุณอนงค์ อัชชวัฒนา ได้ตำแหน่งนางสาวไทยคนที่ ๑๒ “เพลงนางฟ้าจำแลง” นี้ก็ถูกบรรเลงขึ้นเป็นครั้งแรก ครูเอื้อ สุนทรสนานแต่งขึ้นเพื่อรับขวัญนางสาวไทยคนใหม่ปีนั้น และเพลงนี้ก็ถูกใช้เป็นเพลงร้องและบรรเลงคลอการเดินประกวดนางสาวไทยตั้งแต่นั้นมา จนกระทั่งนางสาวไทยสมัยใหม่เขาเลิกเดินในจังหวะ Quick Waltz กันแล้วเพราะมันไม่ “โจ๊ะ” พอที่จะเข้าจังหวะการเดินเด้งฉับๆ ของนางงามสมัยนี้

การประกวดนางสาวไทยยังคงจัดควบคู่กันกับงานฉลองรัฐธรรมนูญมาจนถึงพ.ศ. ๒๔๙๗ นางสาวไทยคนที่ ๑๓ คุณสุชีลา ศรีสมบูรณ์ การประกวดก็หยุดไปเนื่องจากเกิดการปฏิวัติ อำนาจการปกครองตกอยู่กับฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่ไม่ได้เห็นดีเห็นงามกับรัฐธรรมนูญที่ฉลองกันอยู่ได้ ก็เลยงดจัดงานฉลองรัฐธรรมนูญ และการประกวดก็งดตามไปโดยปริยาย แม้ต่อมาจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จะยึดอำนาจได้ ก็ไม่มีการประกวดนางงามทั้งๆ ที่รู้กันทั่วว่าท่านชอบสะสมสาวงามเป็นอนุภรรยามากถึง ๘๑ คนก็ตาม

การต้อนรับ อาภัสรา หงสกุล นางงามจักรวาล เดินทางกลับจากการประกวดที่สหรัฐอเมริกา

การเมืองทำให้การประกวดนางสาวไทยเว้นไปถึง ๑๐ ปีระหว่างนั้น แต่มีการประกวดนางงามอื่นๆ ขึ้นมามากมาย ซึ่งรัฐบาลไม่ได้เป็นผู้จัด เช่น นางงามตุ๊กตาทอง เทพีเมษาฮาวายที่เพชรา เชาวราษฎร์ ได้ตำแหน่งแล้วแจ้งเกิดเป็นนางเอก นางสาวถิ่นไทยงาม ฯลฯ และหนึ่งในนั้นมีนางงามวชิราวุธานุสรน์ ที่จัดโดยสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย เพื่อหารายได้บำรุงกิจกรรมสมาคม โดยใช้สถานที่วังสราญรมย์ จัดกันมาต่อเนื่องหลายปี จนถึงปีพ.ศ. ๒๕๐๗  ทางสมาคมฯ มีแผนจะส่งเข้าประกวด Miss Universe เขามีข้อแม้ว่าจะต้องเป็นนางสาวประจำประเทศไทยเท่านั้น นางสาววชิราวุธฯ ได้รับอนุมัติในปีนั้นให้เป็นการประกวดนางสาวไทยได้ และผู้ที่เริ่มศักราชใหม่ของนางสาวไทยสมัย “โกอินเตอร์” ก็คือ คุณอาภัสรา หงสกุล ซึ่งเธอก็ได้นางงามจักรวาล หรือ Miss Universe เป็นคนแรกของไทย

อาภัสรา หงสกุล นางงามจักรวาลคนแรกของไทย ปั ๒๕๐๘

อันที่จริงก่อนหน้านั้น จะเคยมีสาวไทยเข้าประกวด Miss Universe แล้ว ๒ ท่าน ท่านแรกคือคุณอมรา อัศวนนท์ รองนางสาวไทยปี อนงค์ อัชชวัฒนา แต่เขาส่งคุณอมราไปเพราะภาษาอังกฤษดีกว่า และท่านที่สองคือ สดใส พานิชวัฒนา (รศ. สดใส พันธุมโกมล) กำลังศึกษาในสหรัฐอเมริกา สมัครเข้าประกวดในนามประเทศไทยและได้ตำแหน่งนางงามมิตรภาพ

การจัดประกวดนางงามกลายเป็นเรื่องธุรกิจที่เฟื่องฟู บริษัทที่จัดประกวด Miss Universe ก็เป็นการทำธุรกิจไม่ใช่บริษัทไก่กาที่ไหนหรือใครจะเดินเข้าไปสมัครเวที Miss Universe ก็ได้อีกต่อไป จะต้องเป็นบริษัทที่จ่ายเงินซื้อลิขสิทธิ์การจัดประกวด Miss Thai Universe หรือไทยจักรวาล จากบริษัทแม่เท่านั้น ลิขสิทธิ์การจัด Miss Thai Universe ก็ซื้อขายเปลี่ยนมือกันไปจากสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธฯ ไปหลายทอดแล้วแม้แต่การจัดประกวด Miss Universe เองก็ซื้อขายลิขสิทธิ์เป็นทอดๆ เช่นเดียวกัน มันคือธุรกิจชนิดหนึ่ง

ปัจจุบันนางสาวไทยที่ไม่ใช่นางงามไทยจักรวาลก็ยังเป็นลิขสิทธิ์ของสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยต่อไป เป็นกิจกรรมหาทุนบำรุงกิจกรรมสมาคมฯ แต่ล่าสุดก็ได้ร่วมมือกับผู้ชำนาญการจัดการประกวดคือ บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล (ซึ่งถือลิขสิทธิ์จัดการประกวดนางงามไทยจักรวาลด้วย) มาจัดการประกวดให้

นางสาวไทยคนล่าสุดเป็นคนที่ ๕๓ จัดเมื่อต้นปี ๒๕๖๕ นี้คือ นางงามจากภูเก็ต “นิต้า” มานิตา ดวงคำ ฟาร์เมอร์ แม้เธอเป็นไทยลูกครึ่งอเมริกัน หน้าตาจะออกไปทางฝรั่ง แต่เธอก็พูดชัดคล่องทั้งภาษาอังกฤษและไทย

หน้าที่ของนางสาวไทย และรองทั้ง ๔ จะทำหน้าที่เป็นทูตวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของประเทศไทยเป็นหลัก แม้จะไม่ได้เข้าประกวด Miss Universe อีกต่อไป แต่ก็คงไปประกวดเวทีสากลอื่นได้ที่ไม่ติดลิขสิทธิ์ นางสาวไทยคนที่ ๕๑ (เมื่อ ๒ ปีที่แล้ว) ไปคว้านางงามนานาชาติ Miss International ที่ประเทศญี่ปุ่น และรางวัลราชินีแห่งทวีปเอเชียมาแล้ว

นางสาวไทยเกิดขึ้นมา ๘๘ ปีแล้ว  แม้จะผ่านการเปลี่ยนแปลงมามากมาย นางสาวไทยก็ยังคงเป็นขวัญใจของคนในชาติ และยังคงทำหน้าที่ “เพื่อชาติ” อยู่ต่อไป

ขอบคุณภาพถ่าย :

ดาราภาพยนต์ http://missosology.org www.thaimiss.com www.pinterest.com www.facebook.com/missthailand.tpn

About the Author

Share:
Tags: อมรา อัศวนนท์ / นางสาวไทย / สดใส พานิชวัฒนา / ประเทืองครองอภิรดี / มานิตา ดวงคำ ฟาร์เมอร์ / นางสาวสยาม / สว่างจิตต์ คฤหานน / กันยาเทียนสว่าง / ภูริ หิรัญพฤกษ์ / วณี เลาหเกียร / เรียม เพศยนาวิน / ลัดดา สุวรรณสุภา / สุชีลา ศรีสมบูรณ์ / นิตยสารอนุรักษ์ / อาภัสรา หงสกุล / ชื่นชมอดีต /

เรื่องราวอีกมากมายที่คุณจะชอบ