Wednesday, June 24, 2026
พระเครื่อง ชื่นชมอดีต บทความแนะนำ

พระซุ้มกอ ในตำนาน ของประโยค “มีกูไว้ ไม่จน”

พระซุ้มกอองค์แรกในฉบับที่แรกนี้ เจ้าของพระเดิมคือท่านสุชาติ พัววิไล อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด ท่านผู้ว่าได้บูชาพระซุ้มกอองค์นี้มาตั้งแต่สมัยรับราชการในภาคเหนือเมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้ว และถือเป็นพระที่สวยที่สุดองค์หนึ่งตั้งแต่ในยุค พ.ศ. 2500 ต่อมาเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2530 – 2533 ก็ได้สละพระองค์นี้ให้แก่คุณเสถียร เสถียรสุต

พระซุ้มกอองค์แรกในฉบับที่แรกนี้ เจ้าของพระเดิมคือท่านสุชาติ พัววิไล อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด ท่านผู้ว่าได้บูชาพระซุ้มกอองค์นี้มาตั้งแต่สมัยรับราชการในภาคเหนือเมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้ว และถือเป็นพระที่สวยที่สุดองค์หนึ่งตั้งแต่ในยุค พ.ศ. 2500ต่อมาเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2530 – 2533 ก็ได้สละพระองค์นี้ให้แก่คุณเสถียร เสถียรสุต ซึ่งเป็นนักสะสมพระเครื่องรังใหญ่ที่สุดรังหนึ่งในยุคนั้น คุณเสถียรในขณะนั้นจึงมีพระซุ้มกอสวยๆ สององค์ องค์เดิมคือ “องค์คุณเสมา”ต่อมาไม่นาน “องค์คุณเสมา” ก็ย้ายมาอยู่

กับอาจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ ซึ่งปัจจุบันผมเข้าใจว่าได้ย้ายมาอยู่กับ “เสี่ยหนึ่ง” ปรีดาอภิปุญญา และเมื่อคุณเสถียรเหลืออยู่เพียงองค์เดียวก็ทำให้ความหวังที่ใครจะมาขอยากกว่าเก่า ในยุคนั้นก็มีนักสะสมใจสู้หลายคนที่เพียรพยายามบุกขอพระจากคุณเสถียร แต่ผมโชคดีกว่าคนอื่นๆ เพราะสำหรับคุณเสถียรผมคือนักสะสมพระรุ่นน้องซึ่งเดินตามพี่เสถียรตั้งแต่เข้าสนามมวยจนถึงสนามพระตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 และเมื่อถึงวันที่พี่เสถียรใจอ่อน ผมก็กลายเป็นคนโชคดีคนแรกที่ได้รับโทรศัพท์ด่วนเช้าวันหนึ่งในปี พ.ศ. 2536 จากเรขา

หน้าห้องพี่เสถียร โดยโทร. มาบอกสั้นๆว่า “วันนี้ในช่วงบ่าย ขอให้ผมแวะเข้ามากราบขอพระพี่เสถียรอีกครั้งหนึ่ง และรับรองว่าจะได้ข่าวดี” ผมก็รีบปฏิบัติทันที และเมื่อได้เข้าพบพี่เสถียรแล้ว ไม่ทันได้เอ่ยปากขอ พี่เสถียรก็เอ่ยปากยกให้เลยทันที โดยพูดว่า “เรารู้จักกันมานานแล้ว และตั้งใจมาตลอดหลายปีแล้วว่าวันหนึ่งอยากให้พระอยู่กับน้อง และขอให้เก็บรักษาไว้ตลอดไป เพราะเราเองก็ไม่มีลูก” วันนี้ผมก็ต้องถือโอกาสนี้ กราบขอบพระคุณคุณเสถียร เสถียรสุต ผ่านนิตยสารอีกครั้งหนึ่งครับ

องค์ที่ 2 เป็นพระซุ้มกอที่สวยมากองค์หนึ่งในวงการ ซึ่งตั้งแต่ออกจากกรุก็อยู่กับเจ้าของคนเดียวจนเสียชีวิตชื่อคุณเม้ง ท่าช้าง ซึ่งในวงการพระต่างรู้ดีว่าเป็นนักสะสมที่หวงพระมากที่สุดคนหนึ่งในวงการ เป็นนักสะสมที่ยึดคติว่า
“ไม่ขาย – ไม่ตีราคา – ไม่ให้ดู – ไม่คุยด้วย”

องค์ที่ 2 เป็นพระซุ้มกอที่สวยมากองค์หนึ่งในวงการ ซึ่งตั้งแต่ออกจากกรุก็อยู่กับเจ้าของคนเดียวจนเสียชีวิต ชื่อคุณเม้ง ท่าช้าง ซึ่งในวงการพระต่างรู้ดีว่าเป็นนักสะสมที่หวงพระมากที่สุดคนหนึ่งในวงการ เป็นนักสะสมที่ยึดคติว่า “ไม่ขาย – ไม่ตีราคา – ไม่ให้ดู – ไม่คุยด้วย” ผมเป็นเพียงหนึ่งในสามคนที่ได้มีโอกาสดูพระจริง ซึ่งกว่าจะได้ดูก็ต้องใช้ความเพียรพยายามติดต่อผ่านคนที่คุณเท้งเกรงใจมากๆ และวันที่ได้ดูพระก็ต้องลงไปดูในชั้นใต้ดินหน้าตู้นิรภัยของธนาคารกสิกรไทย สาขาบางลำภู ซึ่งแสงก็ไม่สว่าง ผมจำได้ว่าต้องพกไฟฉายลงไปส่องอีก

อันด้วย หลังจากดูเสร็จผมก็เริ่มเจรจาขอแบ่งคำตอบที่ได้ก็คือ ไม่ตอบอะไรสักคำ เก็บพระเข้าตู้เซฟและขอตัวกลับทันที หลังจากนั้นผมก็ไม่สามารถติดต่อคุณเท้งได้อีกเลย ไม่ว่าจะให้เพื่อนนัดพบ หรือโทรศัพท์ไปหา จนกระทั่ง 35 ปีต่อมา ทราบข่าวว่าคุณเท้งได้เสียชีวิตไปแล้ว 2 ปี และญาติพี่น้องก็เพิ่งตัดสินใจปล่อย
พระให้กับบุคคลภายนอก และคนที่โชคดีก็กลายเป็นเพื่อนรุ่นน้องของผมได้บูชาไปครอบครองแล้ว เป็นบุคคลที่ไม่ประสงค์จะออกนามแต่ยินดีและเต็มใจจะให้ภาพถ่ายแก่นิตยสารอนุรักษ์เพื่อเผยแพร่ต่อไป

พระซุ้มกอองค์สุดท้ายในฉบับที่นี้ ตามประวัติเท่าที่ติดตาม เป็นพระของนักสะสมโบราณวัตถุและพระเครื่องที่โด่งดังในอดีตมีนามว่าคุณประโภชน์ เปาโรหิต ซึ่งถือเป็นนักประวัติศาสตร์ที่มีความรู้ในทุกๆ ด้าน ในยุคนั้นต้องถือว่าเป็นพหูสูตคนหนึ่งของเมืองไทย

พระซุ้มกอองค์สุดท้ายในฉบับที่นี้ ตามประวัติเท่าที่ติดตาม เป็นพระของนักสะสมโบราณวัตถุและพระเครื่องที่โด่งดังในอดีตมีนามว่าคุณประโภชน์ เปาโรหิต ซึ่งถือเป็นนักประวัติศาสตร์ที่มีความรู้ในทุกๆ ด้าน ในยุคนั้นต้องถือว่าเป็นพหูสูตคนหนึ่งของเมืองไทย และในปี พ.ศ. 2500 พระองค์นี้ได้ประกวดชนะที่ 1 ในการประกวดพระที่จังหวัดชลบุรี และองค์ที่ได้ที่ 2 คือองค์ของคุณเชียร ธีรสาน์น และเป็นงานประกวดพระครั้งแรกของเมืองไทยที่ได้มีการถ่ายภาพขาว-ดำ ไว้เป็นอัลบั้ม เมื่อเข้าวัยเกษียณอายุก็ได้มอบพระซุ้มกอองค์นี้ให้แก่คุณสมพันธ์ พิศลยบุตร ซึ่งถือได้ว่าเป็นนักสะสมพระที่บุกหนักที่สุด และจะเช่าพระในราคาแพงเป็นสามเท่าของราคาตลาด ในช่วงปี พ.ศ. 2515 – 2519 เป็นบุคคลที่ถือหลักอย่างเดียวว่า ขอให้เป็นพระสวยๆ ที่ชอบแล้ว เรื่องของราคาจะท้าให้เจ้าของพระตีราคาให้ผู้ซื้อต้องหนี และเมื่อเจ้าของพระตีราคาแล้วไม่ว่าจะแพงกว่าราคาตลาดกี่เท่าก็ไม่เคยต่อราคาเลย และจะต้องจ่ายเงินสดทันทีเพราะกลัวคนตีราคาจะเปลี่ยนใจ

ต่อมาในช่วงปี พ.ศ. 2519 คุณสมพันธ์มีปัญหาสุขภาพ และแพทย์ลงความเห็นให้ต้องเกษียณอายุตนเองและให้พักผ่อนให้เต็มที่คุณสมพันธ์จึงได้หันหลังให้ธุรกิจและวงการพระ แล้วหันมาวางแผนชีวิตและครอบครัวใหม่ผมจึงได้มีโอกาสเข้าพบและได้รู้จักกับภรรยาคุณสมพันธ์ จากนั้นก็เฝ้าตามติดขอพบคุณสัมพันธ์อยู่เป็นสิบครั้ง แต่ก็ไม่พบความสำเร็จแต่วันที่ประสบความสำเร็จได้พระซุ้มกอองค์นี้

ก็แปลกมาก คุณสมพันธ์รับนัดครั้งนี้ โดยเป็นครั้งแรกที่ผมไปผิดนัด ช้าไป 2 – 3 ชั่วโมง ด้วยเหตุสุดวิสัยว่าภรรยาผมแท้งลูกคนที่สอง คุณสมพันธ์เมื่อทราบข่าวที่น่าเสียใจครั้งนี้ก็เอ่ยปากทันทีว่า ผมเสียใจด้วยจริงๆ กับข่าวร้ายในวันนี้ ผมอยากให้คุณได้ข่าวดีต่อจากข่าวร้ายบ้างผมตัดสินใจยกพระซุ้มกอให้คุณ เรื่องราคาคุณกำหนดมาเลยผมไม่ต่อรอง ผมก็เสนอราคาแล้วถามท่านว่ามีความเห็นเป็นอย่างไรครับ คำตอบที่ย้ำด้วยเสียงหนักแน่นจากคุณสมพันธ์ก็คือ ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ต่อรองคุณ เห็นว่าควรเป็นเท่าไหร่ก็เท่านั้น จึงเป็นพระองค์แรกและองค์เดียวในชีวิตที่ผมไม่ต้องต่อรองราคา ในวันนี้ท่านได้ล่วงลับไปแล้ว แต่น้ำใจของท่านยังคงอยู่ในความทรงจำของครอบครัวผมเสมอ

About the Author

Share:
Tags: พระเครื่อง / พระซุ้มกอ / พระสวย / พระ /

เรื่องราวอีกมากมายที่คุณจะชอบ