Thursday, June 4, 2026
ชื่นชมอดีต บทความแนะนำ

บ๊ะจ่าง หรือขนมจ้าง อาหารแห่งความรักษ์

จากตำนานสู่พิธีกรรมการไหว้บ๊ะจ่าง

สำหรับพิธีการเซ่นไหว้บ๊ะจ่างจะทำในช่วงเช้า โดยส่วนใหญ่จะใช้ไหว้เจ้าอย่างเดียวทั้งเจ้าที่ในบ้าน หรือเจ้าแม่กวนอิม (ซึ่งนิยมไหว้ด้วยของเจเท่านั้น) แต่บางบ้านก็ใช้ไหว้บรรพบุรุษด้วย ขนมอีกอย่างที่มีรูปร่างหน้าตาคลายบ๊ะจ่าง แต่ขนาดเล็กกว่า เรียกว่า “กีจ่าง” ทำจากข้าวเหนียวล้วนๆ ไม่ใส่เนื้อสัตว์นำมาผ่านกระบวนการต้มจนเม็ดข้าวเหนียวเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน มักใช้ไหว้เจ้าแม่กวนอมิ หรือไหว้เจ้าที่คู่กับบ๊ะจ่างก็ได้ เวลารับประทานนำไปจิ้มน้ำตาล เชื่อว่าจะนำความเป็นมงคลเข้ามาสู่ชีวิต และรับประทานหลังกินบ๊ะจ่างเพื่อบรรเทาอาการร้อนในที่เกิดจากการกินบ๊ะจ่างได้

นอกจากนั้นเพื่อให้พิธีศักดิ์สิทธิ์อย่างสมบูรณ์ ยังมีผักมงคลที่ต้องกินในวันไหว้บ๊ะจ่าง และต้องใช้เซ่นไหว้คู่กับบ๊ะจ่างด้วยชาวจีนแต้จิ๋วยังเชื่อว่าวันที่ ๕ เดือน ๕ เป็นวันมงคล เป็นวันศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องรับประทานผักหรือสมุนไพร ๓ ชนิดคือ จิงจูฉ่าย เอี๊ยะบ่อเช่าและใบเก๋ากี้ ซึ่งเป็น

สมุนไพรที่มีสรรพคุณล้างพิษให้อวัยวะภายในร่างกาย ทั้งปอด ตับ ไต มดลูก ไปจนถึงดวงตาให้สะอาดกระจ่างใส ดังนั้นหากได้รับประทานผักเหล่านี้ในวันมงคลก็จะยิ่งเพิ่มพลังให้สมุนไพรเหล่านี้เป็นทวีคูณโดยนิยมใส่ในแกงจืด ต้มเลือดหมู รับประทานร้อนๆ กับข้าวสวยเป็นอาหารเช้า หรืออาหารกลางวันก็ได้ แต่ไม่นิยมรับประทานต้มเลือดหมูเป็นอาหารเย็น

การไหว้บ๊ะจ่าง คนจีนจะไหว้ด้วยธูป ๓ ดอก หรือ ๕ ดอก ซึ่งการไหว้ด้วยธูป ๕ ดอก ก็เพื่อระลึกถึงครูบาอาจารย์ พ่อแม่และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เข้าหลัก ๕ ธาตุ หรือ โหงวเฮ้งของจีน ประกอบด้วยธาตุดิน ทอง น้ำ ไม้ และไฟ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวกับวิถีชีวิตโดยตรง และถ้าเป็นการไหว้ในไทย ช่วงเช้าก็จะไหว้เจ้าและบรรพบุรุษ ที่พิเศษก็ตรงที่มีบ๊ะจ่างเพิ่มเข้ามาด้วย

บ๊ะจ่าง…อาหารมงคลอาหารรักษ์โลก

จากตำนานเล่าขานที่กล่าวมา กลายเป็นประเพณีการไหว้บ๊ะจ่าง หรือโหงวเหว่ยโจ่ว ซึ่งกลายเป็นประเพณีสืบทอดมายาวนานในช่วงเดือน ๕ ของจีน ซึ่งตรงกับฤดูร้อน สำหรับการไหว้เจ้าด้วยขนมบ๊ะจ่าง เหตุผลของคนรุ่นปัจจุบันที่ไหว้ด้วยขนมบ๊ะจ่าง เพราะเมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน อาหารมักเก็บได้ไม่นาน เน่าเสียง่ายแต่บ๊ะจ่างทำจากข้าวเหนียวทำให้เก็บไว้ได้นานมากขึ้น และการไหว้ด้วยขนมบ๊ะจ่างในช่วงฤดูร้อนเชื่อกันว่าจะทำให้มีความเป็นอยู่ดีเมื่อไหว้เสร็จคนจีนจะเอาไปชุบน้ำตาลทรายขาว หรือน้ำตาลทรายแดงเพื่อนำมารับประทาน ถือว่าจะทำให้เกิดสิ่งมงคลต่างๆ

มีข้อมูลจากนักวิชาการบางท่านมีความเห็นอื่นๆ เกี่ยวกับที่มาของเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างที่ต่างออกไปคือ การที่มีการแข่งเรือและรับประทานบ๊ะจ่างในเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างนั้น ทั้งสองอย่างต่างก็มีความสัมพันธ์กับมังกร เทศกาลไหว้บ๊ะจ่างที่จริงแล้วคือเทศกาลมังกร เป็นเทศกาลพิเศษเพื่อที่จะระลึกถึงมังกร

ในขณะที่มีนักวิชาการบางคนเห็นว่าเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างนี้มีที่มาจากตำนานวันที่ไม่เป็นมงคลต่างหาก เพราะจากบันทึกในตำราจีนโบราณกล่าวว่า ชาวบ้านมักเชื่อว่าไม่ควรกล่าวถึงเดือน ๕ และไม่เลี้ยงเด็กที่เกิดเดือน ๕ อีกด้วย ตำนานกล่าวว่าในสมัยจั้นกว๋อ เมิ่งฉางจวินแห่งรัฐฉี เกิดในวันที่ ๕ เดือน ๕ บิดาไม่ให้เลี้ยงไว้ และให้นำไปทิ้งเสียเนื่องจากเหตุผลว่าเขาเกิดในวันที่ไม่เป็นมงคล ในขณะที่เมิ่งฉางจวินเสียชีวิต ชูหยวนยังคงมีชีวิตอยู่ ดังนั้นจึงได้ให้วันที่ ๕ เดือน ๕ เป็นวันที่ระลึกถึงสิ่งอันไม่เป็นมงคล เห็นได้ว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับชูหยวนแม้แต่น้อยนอกจากนี้ อ้ายเฮาและชางผู่ต่างก็เป็นหญ้าสมุนไพร การที่นำหญ้าทั้ง ๒ ชนิดนี้แขวนไว้ที่ประตูเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย น่าจะดูสมเหตุสมผลมากกว่าความเชื่อที่ว่าเพื่อใช้เรียกวิญญาณชูหยวนให้มาปรากฏกาย แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เมื่อกล่าวถึงเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างเรื่องราวที่ผู้คนจะนึกถึงเป็นสิ่งแรกก็ยังคงเป็นเรื่องของชูหยวนอยู่นั่นเอง

เมื่อใดก็ตามที่อาหารบางอย่างมีความหมายกับวิถีชีวิตของผู้คนมากกว่าการเป็นอาหารเพื่อบำรุงบำเรอ ปรนเปรอหรือปัดเป่าความหิวให้หายไป เมื่อนั้นก็หมายความว่าอาหารชนิดนั้น คืออาหารที่เปี่ยมด้วยคุณค่าต่อวิถีชีวิตของคนในยุคนั้นแท้จริงแล้วเรื่องเล่าหรือตำนานจะจริงแท้มากแค่ไหนเราก็มิอาจรู้ได้ แต่ด้วยเหตุและผลที่ตรองดู การเกิดขึ้นของอาหารที่มีส่วนผสมและเครื่องปรุงเรียบง่ายไม่กี่อย่างห่อด้วยไม้ไผ่และผูกเชือกไว้อย่างมิดชิดแน่นหนาราวกับจะสื่อสารออกมาว่า นี่คืออาหารที่เปี่ยมไปด้วยความตั้งใจ ใส่ใจ และเต็มเป่ยี มไปด้วยความรักอย่างลึกซึ่ง ที่คนทำปรารถนาจะมอบให้ใครบางคนรับไว้ และเก็บไว้ค่อยๆ บรรจงแกะห่อใบไผ่ออกกินในยามหิว ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ใด หรือเมื่อใดก็ตาม

สำหรับเราเองมองว่า บ๊ะจ่างคืออาหารแห่งความรัก ไม่ว่าจะรักจากแม่ที่ห่อบ๊ะจ่างให้ลูก พิถีพิถันด้วยเครื่องปรุงและส่วนผสมเรียบง่ายแต่อร่อยและอิ่มได้อย่างอบอุ่นในช่วงเวลาหิวโหยและไม่มีอาหารอื่นใดอีก นี่คืออาหารหนึ่งมื้อที่เลอค่า และบ๊ะจ่างยังเป็นอาหารแห่งความรักษ์โลกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งขั้นตอนการปรุง การเก็บ และการกิน บ๊ะจ่างหนึ่งห่อไม่ควรมีใครกินแล้วเหลือทิ้ง นอกจากใบไผ่ที่เป็นขยะย่อยสลายได้ ใครจะพลิกแพลงไปทำบ๊ะจ่างด้วยส่วนผสมอย่างอื่นเพิ่มเติมอีก ถ้ายังรสชาติอร่อยก็ไม่แปลกอะไร แต่ถ้าใครจะทำบ๊ะจ่างโดยใช้วัสดุอย่างอื่นห่อ หรือเปลี่ยนเป็นกล่องพลาสติก ถุงพลาสติก เราว่าความศักดิ์สิทธิ์ของความเป็นบ๊ะจ่างคงหมดลงในทันใด

ความทรงคุณค่าของอาหารบางอย่างก็ควรถนอมและอนุรักษ์ไว้ในหน้าตาแบบดั้งเดิม ไม่ว่าเรื่องราวของอาหารนามบ๊ะจ่างนี้จะเริ่มต้นขึ้นมาจากเรื่องราวแบบไหนก็ตาม

About the Author

Share:
Tags: ฉบับที่ 35 / บ๊ะจ่าง / ขนมจ้าง / วัฒนธรรมจีน / ชาวจีน / คนจีน / อาหาร / เทศกาลไหว้เจ้า / วัฒนธรรม / ไหว้เจ้า วันตรุษ / อาหารไทย / ไหว้พระจันทร์ / ไหว้บรรพบุรุษ / วัด ประเพณี วัฒนธรรม การละเล่น / วันสารท /

เรื่องราวอีกมากมายที่คุณจะชอบ