Wednesday, October 28, 2026
ภูมิปัญญาไทย สัมภาษณ์ บทความแนะนำ

‘เอี๊ยะแซ’ ร้านยาจีนโบราณที่หมุนไปกับกาลเวลา

เรื่อง : สุภาวดี ใหม่สุวรรณ์
ภาพ : สายลม นัยยะกุล
(นิตยสารอนุรักษ์ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ หน้า ๑๔๐–๑๔๖)

คนรุ่นใหม่อาจคุ้นเคยกับชื่อ ‘เอี๊ยะแซ’ ในรูปของยาดมสมุนไพร แต่สำหรับคนย่านตลาดน้อย ‘เอี๊ยะแซ’ เป็นร้านขายยาสมุนไพรจีนที่อยู่คู่กับชุมชนแห่งนี้มายาวนานราว ๙๐ ปี “ ‘เอี๊ยะ’ คือ ประโยชน์ ‘แซ’ คือ เกิด โดยรวมแล้ว ‘เอี๊ยะแซ’ แปลว่า ก่อเกิดประโยชน์”

คุณไพบูลย์ เฉลิมชัยกิจ บอกเล่าถึงความหมายของอักษรจีน ๒ ตัวอันเป็นชื่อเสียงเรียงนามของร้าน ซึ่งสืบทอดมาแต่บรรพบุรุษ คุณไพบูลย์ในวัยผ่านร้อนผ่านหนาวมา ๗๖ ปี เป็นทายาทรุ่นที่ ๓ ของร้านขายยาจีนเอี๊ยะแซ และยังเป็น ‘ซินแส’ หรือหมอจีนแผนโบราณ ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุขให้ประจำอยู่ร้านนี้ คอยแนะจับชีพจรรักษาโรคให้กับผู้ป่วย ถือเป็นอาชีพที่สร้างประโยชน์แก่สังคม สมความหมายของชื่อร้านอย่างแท้จริง

“อากงเป็นซินแสแผนโบราณ อพยพมาจากเมืองจีน เริ่มต้นทำกิจการร้านยาจีนอยู่ที่ชลบุรีก่อน ต่อมาเตี่ยซึ่งยึดอาชีพเดียวกันเห็นแถวตลาดน้อยมีทำเลตั้งร้านที่ดี จึงย้ายครอบครัวมาลงหลักปักฐานที่นี่ เปิดร้านรักษาผู้คนจนถึงทุกวันนี้

อาเจ็กโตมากับยาจีน เป็นลูกชายคนโต เตี่ยเลยค่อนข้างเข้มงวด ลูกจ้าง ๕ คนมีความรู้เรื่องยาคนละอย่าง แต่เราคนเดียวต้องเก่งให้ได้ทั้ง ๕ อย่าง เตี่ยเข้มงวดกับอาเจ็กคนเดียวจนคิดว่าเขาไม่รักเราหรือเปล่า แต่จริงๆ แล้ว เตี่ยอยากให้วิชาชีพกับเรา”

ในช่วงว่างเว้นจากการตรวจรักษาคนไข้ ซินแสไพบูลย์นั่งย้อนความหลังให้เราฟัง นอกเหนือจากร้านขายยาจีนเอี๊ยะแซอันเป็นมรดกตกทอด ยังมีคำสอนสำคัญที่ถ่ายทอดต่อมาจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งผู้อาวุโสก็ยังคงจดจำฝังใจ

“เตี่ยสอนตลอดว่า เราต้องเป็นร้านขายยาที่มี ‘คุณภาพ’ และมี ‘คุณธรรม’ สมุนไพรจีนที่เกี่ยวกับสัตว์ เรายังเลี้ยงเลย กระดูกเสือไม่เอา รังนกไม่ขาย ดึง ดีหมีก็เหมือนกัน ในตำรายาจีนของเราจะไม่ใช้ของพวกนี้เลยเพราะเห็นว่าไม่จำเป็น เรามีสมุนไพรจำพวกรากไม้ ใบต่างๆ ที่มีสรรพคุณดีกว่าพวกนี้เยอะ

อย่างกระดูกเสือรักษาเกี่ยวกับไขข้อ สามารถใช้เถาต่างๆ ที่เป็นรากไม้แทนได้ หรือม้าน้ำบำรุงไต เราก็ใช้เก๋ากี้ ฮ่วยซัว ดีกว่าอีก จะไปเบียดเบียนชีวิตเขาทำไม”

ยาต้ม…ไม่ขม ต้มกินง่าย

ยาสมุนไพรจีนที่มีอยู่ภายในร้านกว่า ๒๐๐ ชนิด ส่วนใหญ่รับมาจากเมืองจีนอีกที ด้วยภูมิอากาศที่ดี ดินดี น้ำดี ทำให้สมุนไพรมีคุณภาพ เมื่อตัวยาจากแหล่งผลิตที่ดีและน่าเชื่อถือเดินทางมาถึงร้านเอี๊ยะแซ ก็ต้องนำมาตรวจสอบคุณภาพและทำความสะอาดด้วยการร่อนยาก่อน จากนั้นจึงจะจัดเก็บใส่ปิบยาไว้บนชั้น ๒ ของร้าน

ทุกๆ วัน ลูกหลานของคุณไพบูลย์จะช่วยกันตรวจตราลิ้นชักยา และนำตัวยาที่ขาดมาเติมใส่ในตู้ยาไม้โบราณติดผนัง จะได้หยิบฉวยสมุนไพรจีนตามใบสั่งยาซั่ง ตวง วัด และห่อยาให้ลูกค้าไปบำรุงสุขภาพได้โดยสะดวก

“ยาจีนที่จัดให้ไปต้องนำไปต้มกินอีกที หลายคนอาจจะเคยได้ยินกิตติศัพท์ของยาจีนในเรื่องของความฉุน ความเหม็น ความขม ความฝาด ต้องใช้มือบีบจมูกหรือกลั้นหายใจเวลากิน แต่ยาของอาเจ็กกินง่าย ไม่ขม เพราะถ้าขมเขาจะขยาดยาและไม่ยอมกิน อาเจ็กจะใส่หล่อยังก๋วยลงไปในยา ทำให้รสหวานขึ้นโดยธรรมชาติ แม้แต่เด็กก็กินได้ง่าย”

ตำรับยา ‘เอี๊ยะแซ’

จากการสอบถามหน้าร้านพบว่า ยาชุดของร้านขายยาเอี๊ยะแซที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าอย่างมาก คือ ‘จับซาไท้เป๋า’ หรือแปลเป็นภาษาไทยว่า ‘๑๓ องครักษ์’ เพราะในยาชุดหนึ่งจะมีสมุนไพรจีนรวม ๑๓ ชนิดที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงครรภ์ ว่ากันว่ายาตำรับนี้มีการใช้กันมายาวนานกว่าพันปีแล้ว

ยาชุดนี้แนะนำในหญิงที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ ๕ เดือนขึ้นไป จะช่วยให้มีกำลังเบ่งคลอดง่าย เด็กไม่เป็นไข และปราศจากโรคแทรกซ้อน ซึ่งนอกจากขายยาผ่านทางหน้าร้าน มุมหนึ่งของเคาน์เตอร์ยายังมีห่อยาจับซาไท้เป๋าที่พร้อมจัดส่งไปรษณีย์ไปยังลูกค้าที่สั่งยามาจากทั่วทุกสารทิศ

‘จับซาไท้เป๋า’ หรือ ‘๑๓ องครักษ์’ สมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงครรภ์

สำหรับยาดมสมุนไพร ‘เอี๊ยะแซ’ ซึ่งใช้ชื่อเดียวกับชื่อร้านนั้น เป็นสูตรของครอบครัวที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยอากงยังอยู่เมืองจีน ปกติผลิตอยู่ในรูปกระปุกขนาดเท่ากระป๋องนมข้นหวานสำหรับใช้ในครอบครัว วันหนึ่งมีคนไข้มาหาด้วยอาการหายใจไม่คล่อง เหนื่อยง่าย ซินแสจึงให้ยาดมสมุนไพรแก่เขา ปรากฏว่าคนไข้หายใจโล่ง ดมแล้วชื่นใจและเริ่มบอกต่อ เมื่อความต้องการมีมาก จึงได้มีการพัฒนายาดมสมุนไพรเอี๊ยะแซขวดขนาดกะทัดรัด ออกมาสู่ตลาด

นอกจากยาดมสมุนไพร ยังมีผลิตภัณฑ์ยาอื่นๆ อย่างยาหม่องและพิมเสนน้ำภายใต้ยี่ห้อเอี๊ยะแซเช่นกัน

อาเจ็กจะดูสีหน้าสีตาคนไข้ก่อน แล้วจึงจับชีพจรอ่านระบบการทำงานของอวัยวะภายใน เช่น ปอด ตับ ไต หัวใจ เป็นอย่างไร ทางแพทย์แผนจีนถือว่าหากมีอวัยวะใดทำงานบกพร่อง ร่างกายของคนเราจะฟ้องออกมา ทำให้การเต้นของชีพจรผิดปกติ

สำหรับการต้มยาจีนนั้น คุณไพบูลย์บอกว่าไม่ใช่เรื่องยากแต่ประการใด และไม่จำเป็นต้องใช้หม้อดินในการต้ม หม้อไฟฟ้าสมัยใหม่ก็สามารถใช้ได้ แต่อาจใช้เวลานานกว่าเตาแก๊ส เคล็ดลับอยู่ที่ระหว่างต้มยาด้วยไฟปานกลางและรอยาเดือด ให้ใช้ตะเกียบไม้หรือไม้พายเล็กๆ คอยกดยามิให้ลอยขึ้นมา เพื่อให้ฤทธิ์ยากระจายอย่างทั่วถึง ส่วนระยะเวลาในการต้มยานั้นขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่ใส่ แต่โดยเฉลี่ยแล้วจะใช้เวลาประมาณ ๑๐-๒๐ นาที ก็รินมาดื่มได้

แมะชีพจร อ่านระบบร่างกาย

ในระหว่างที่บทสนทนากำลังดำเนินไป ก็พอดีอาอึ๊มท่านหนึ่งที่อยู่อาศัยในละแวกนั้นแวะมาให้ซินแสไพบูลย์แมะชีพจรตรงบริเวณเส้นเลือดแดงใกล้ข้อมือ จากการตรวจวินิจฉัยพบว่าหัวใจเขาล้า เหนื่อยง่าย อาอึ๊มเลยขอรับยาที่ต้มแล้วไปกินบำรุงหัวใจ ซึ่งกรณีลูกค้าต้มยาไม่เป็นหรือไม่สะดวก ทางร้านเอี๊ยะแซก็จะมีบริการต้มยาให้

“อาเจ็กจะดูสีหน้าสีตาคนไข้ก่อน แล้วจึงจับชีพจรอ่านระบบการทำงานของอวัยวะภายใน เช่น ปอด ตับ ไต หัวใจ เป็นอย่างไร ทางแพทย์แผนจีนถือว่าหากมีอวัยวะใดทำงานบกพร่อง ร่างกายของคนเราจะฟ้องออกมา ทำให้การเต้นของชีพจรผิดปกติ

ทางลิ้น เราจึงตรวจลิ้นร่วมด้วยว่ามีความร้อนแทรกหรือไม่ เช่น ถ้าสีลิ้นอมแดงจัด แสดงว่าร้อนใน ถ้าผิดปกติตรงปลายลิ้น โรคนั้นจะสัมพันธ์กับปอดและหัวใจ หากชั้นฝ้าหนา บ่งบอกว่าโรคที่เป็นนั้นเรื้อรัง”

การแมะวินิจฉัยโรคนี้ ซินแสตรวจให้ฟรี ไม่คิดสตางค์ คนไข้จะเสียเงินก็เฉพาะค่าหยูกยานำไปต้มกิน แต่ส่วนใหญ่คนไข้มักจะมาหาด้วยโรคพื้นๆ เช่น เจ็บคอ ร้อนใน ต้องการยาไปบำรุงร่างกาย หากคนไข้เจ็บหนัก คุณไพบูลย์ก็จะแนะนำให้ไปรักษาที่โรงพยาบาลต่อไป

ขายยาด้วยเมตตาธรรม

ซินแสไพบูลย์เล่าว่า สมัยก่อนย่านตลาดน้อยนี้มีร้านขายยาสมุนไพรจีนอยู่ราว ๔-๕ ร้าน แต่ด้วยกาลเวลาและค่านิยมในการรักษาที่เปลี่ยนแปลงไป ยาฝรั่งกินง่าย หายไวกว่า ร้านยาจีนแผนโบราณจึงทยอยปิดฉาก เหลือไว้เพียงร้านเอี๊ยะแซร้านเดียวเท่านั้น

แม้ดูเหมือนจะต้องต่อสู้ตามลำพัง ทั้งยังมีการปรับตัวด้วยการรับยาแผนปัจจุบัน ยาสามัญประจำบ้านยี่ห้อคุ้นตามาวางขายภายในตู้ยา ทว่าพื้นที่ของร้านส่วนใหญ่ยังยึดครองโดยยาสมุนไพรจีน ซึ่งหากใครกำลังมองหาร้านขายยาสมุนไพรจีนที่มีความเชื่อถือ ร้านเอี๊ยะแซจะถูกแนะนำเป็นอันดับต้นๆ เพราะชื่อเสียงความเก่าแก่ของร้าน

“เรามีความภูมิใจที่ได้ดูแลสุขภาพของคนในย่านนี้และคนต่างถิ่นที่มาไกล เดี๋ยวนี้คนเริ่มหันมากินยาจีนมากขึ้นเพราะเชื่อในสรรพคุณของสมุนไพรจีน อีกอย่างกินแล้วปลอดภัย คนไข้ที่มาหาเราไม่ได้มีแต่คนเก่าแก่ แต่มีทุกวัย เด็กเล็กแถวนี้ก็กินยาจีนเป็น

ถึงทุกอย่างรอบตัวจะเปลี่ยนแปลงไป แต่สิ่งที่เรายังคงยึดถือไว้คือ การอยู่ในศีลในธรรม ไม่คิดยาราคาแพง พูดแต่ความจริง ไม่หลอกลวง ถึงวันนี้อาม่าของอาเจ็กอายุ ๙๓ ปีแล้ว ยังโทรศัพท์มาเตือนสติ อย่าคิดเขาแพงนะ ต้องมีเมตตาธรรมนะ เราก็บอกว่าไม่ต้องห่วง เคยทำอย่างไรก็ยังคงทำเหมือนเดิม”

นั่นคือ การเป็นร้านขายยาที่มี ‘คุณภาพ’ และมี ‘คุณธรรม’ ตลอดไป

About the Author

Share:

เรื่องราวอีกมากมายที่คุณจะชอบ