
ชีวิตกลางธรรมชาติ
สู่ผู้พลิกวงการ
ภาพพิมพ์ระดับสากล
ศาสตราจารย์เกียรติคุณญาณวิทย์ กุญแจทอง จากชีวิตเติบโตท่ามกลางธรรมชาติสู่ศิลปินผู้ทรงคุณวุฒิบุกเบิกการนำสีธรรมชาติมาใช้ในวงการภาพพิมพ์เพื่อการลดขบวนการในการทำลายสิ่งแวดล้อม จนวงการภาพพิมพ์ร่วมสมัยทั่วโลกให้การยอมรับ
อดีตคณบดีคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้อุทิศตนในการศึกษา วิจัย พัฒนาเทคนิคภาพพิมพ์สีธรรมชาติ ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับศิลปะภาพพิมพ์ การสร้างภาพพิมพ์โดยไม่ใช้เคมี และการเผยแพร่เทคนิค และต้นไม้ไทยไปสู่ต่างแดน ซึ่งอาจารย์กล่าวว่า “เป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมผ่านผลงานศิลปะ”

เทคนิคสีธรรมชาติที่เปลี่ยนวงการภาพพิมพ์ระดับโลก cr: สื่อประชาสัมพันธ์เพื่อเชิดชูเกียรติแก่ ศาสตราจารย์เกียรติคุณญาณวิทย์ กุญแจทอง
ผมได้ไปศึกษาก็ได้รับอิทธิพลเชิงความคิดเลยกลับมาทำงานแนวนามธรรมแท้ ๆ โดยเริ่มนำสีจากธรรมชาติมาสร้างเป็นงานโดยไม่ใช้เคมี ญี่ปุ่นมีความสนใจ เรามีโอกาสได้เผยแพร่ทั้งชื่อต้นไม้ของเมืองไทย และเทคนิคที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม
ธรรมชาติ กับ ศิลปะ
ผมเป็นคนเพชรบุรี เติบโตกลางธรรมชาติท่ามกลางป่าแถวชะอำ จึงได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติใกล้ตัว จากต้นไม้ต่าง ๆ ใน “ป่าสงวน กุญแจทอง” ป่าของคุณพ่อผมที่มีต้นไม้นับพันชนิด พอผมเป็นอาจารย์ที่สอนภาพพิมพ์ที่คณะจิตรกรรม จึงได้มีโอกาสไปศึกษาภาพพิมพ์ในต่างประเทศ
ผมโชคดีที่ได้ไปเรียนที่ญี่ปุ่น ซึ่งภาพพิมพ์แกะไม้สีน้ำนั้นมีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยเอโดะ เช่น คัตสึชิกะ โฮกูไซ (ภาพ The Great Wave off Kanagawa) และ คูตางาวะ อูตามาโระ (ภาพ Three Beauties of the Kwansei Period) ซึ่งเป็นศิลปินที่บ่มความรู้ให้วงการภาพพิมพ์ เมื่อผมได้ไปศึกษาก็ได้รับอิทธิพลเชิงความคิดเช่นในด้านนามธรรมทำให้เข้าใจธรรมชาติมากขึ้น เลยกลับมาทำงานแนวนามธรรมแท้ ๆ โดยเริ่มนำสีจากธรรมชาติมาสร้างเป็นงานโดยไม่ใช้เคมี ทำให้ทางญี่ปุ่นมีความสนใจ เรามีโอกาสได้เผยแพร่ทั้งชื่อต้นไม้ของเมืองไทย และเทคนิคใหม่ที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม



ผมทดลองการนำสีจากต้นไม้ เช่น ต้นมะเกลือมาใช้ในงานภาพพิมพ์ สีธรรมชาติกว่าจะได้ออกมาก็มีกรรมวิธีหลายแบบ เหมือนทำการทดลองวิทยาศาสตร์ การบุกเบิกในการนำเทคนิคใช้สีธรรมชาติมาใช้ในการทำภาพพิมพ์ ถือเป็นสิ่งใหม่ในวงการภาพพิมพ์ทั่วโลกให้การยอมรับ โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นได้เชิญผมไปบรรยายหลายครั้ง ศิลปินญี่ปุ่นจึงเริ่มนำสีธรรมชาติมาใช้ในงานภาพพิมพ์ มีการแลกเปลี่ยน ค้นคว้า ศึกษากระบวนการในสกัดสีจากธรรมชาติใหม่ ๆ ด้วยกัน


cr: สื่อประชาสัมพันธ์เพื่อเชิดชูเกียรติแก่ ศาสตราจารย์เกียรติคุณญาณวิทย์ กุญแจทอง
ภาพพิมพ์นั้นถือเป็น Soft Power ของประเทศมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยศาสตราจารย์ชลูด นิ่มเสมอ (ศิลปินแห่งชาติ) เริ่มก่อตั้งภาควิชาภาพพิมพ์ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ท่านได้รับรางวัล Award Winner เป็นศิลปินที่ได้รับการยกย่องระดับโลก
ศิลปะนับเป็น Soft Power
ผมขอยกตัวอย่างจากศิลปะภาพพิมพ์ งานภาพพิมพ์นั้นถือเป็น Soft Power ของประเทศมานานแล้ว งานภาพพิมพ์นั้นมีโอกาสส่งไปแสดงงานในต่างประเทศได้บ่อยครั้ง สมัยก่อนการนำผลงานศิลปกรรมประเภทจิตรกรรม หรือ ประติมากรรมชิ้นใหญ่ไปจัดแสดงต่างบ้านต่างเมืองเป็นเรื่องที่ทำได้ยากกว่างานภาพพิมพ์ ซึ่งสามารถม้วนผลงานใส่กล่องกระดาษ แล้วส่งไปประกวดได้สะดวก
ในช่วงที่ศาสตราจารย์ชลูด นิ่มเสมอ (ศิลปินแห่งชาติ) ก่อตั้งภาควิชาภาพพิมพ์ ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร อาจารย์ได้ส่งผลงานภาพพิมพ์ไปประกวดเวทีสำคัญที่จัดขึ้นในประเทศยูโกสลาเวีย (1963 – International Biennial Exhibition of Graphic Arts, Yugoslavia) และในประเทศญี่ปุ่น (1964 – International Biennial Exhibition of Print, Tokyo, Japan) ซึ่งเป็นเวทีประกวดภาพพิมพ์ที่มีชื่อเสียงมากของโลก ท่านได้รับรางวัล Award Winner ทำชื่อเสียงให้กับประเทศ มี Professor ท่านหนึ่งจากมหาวิทยาลัย Tokyo University of The Arts ท่านได้มาเจอ อ.ชลูด นิ่มเสมอ ท่านตื่นเต้นมากเพราะท่านรู้จักชื่อและผลงานมานานแล้ว Professor ญี่ปุ่นชื่นชมในผลงานของคนไทยมาก


cr:ชลูด นิ่มเสมอ Chalood Nimsamer Collection and Archive
การที่ผมศึกษาที่ญี่ปุ่นแล้วได้รับอิทธิพลเชิงความคิด หรือการที่ได้ริเริ่มเรื่องการนำสีธรรมชาติมาใช้ในงานภาพพิมพ์เอง เมื่อเราไปบรรยายในต่างประเทศ ศิลปินญี่ปุ่นคุ้นเคยกับการใช้หมึกญี่ปุ่น (Japanese Sumi Ink) หรือหมึกจีน ได้เรียนรู้เกี่ยวกับพืชต่างๆของประเทศไทย ผมมักจะบอกนักศึกษาและศิลปินนำเอาสิ่งแวดล้อมรอบตัว ค้นคว้ามาสร้างเป็นงาน จึงมีพืชอีกหลากหลายชนิดที่นำมาใช้ จนเกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมผ่านผลงานศิลปะ
ปัจจุบันโซเชียลมีเดียทำให้ทุกคนได้เห็นผลงานจากทุกมุมโลก เปิดโอกาสให้ผู้คนที่ชื่นชอบศิลปะทั่วโลกได้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ สุนทรียศาสตร์ และอัตลักษณ์ความเป็นไทย ตรงนี้ศิลปินสามารถสร้าง Impact ให้คนดูรับรู้ได้ว่า เมืองไทยมีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านศิลปวัฒนธรรมขนาดไหนผ่านผลงานศิลปะ


” ขอชื่นชมบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่จัดงานประกวดศิลปกรรมมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 41 เป็นเวทีที่สร้างศิลปินร่วมสมัยมากมาย และยังส่งเสริมชาติ รวมไปถึงการร่วมผลักดันด้านการรักษาสืบทอดศิลปะทางวัฒนธรรมของชาติ “

ศิลปกรรมปตท. สร้าง “พลังอนาคต” ให้กับสังคมได้อย่างไร
งานประกวดศิลปกรรมของ ปตท. ร่วมผลักดันให้ศิลปินไทยมีเวทีแห่งการสร้างสรรค์ ในฐานะที่ผมเองเป็นศิลปินที่เติบโตมากับการประกวดงานศิลปกรรม่ผมส่งผลงานตั้งแต่ปี 1 ปี 2 ทั้ง ๆ ที่ส่วนใหญ่จะเป็นรุ่นพี่ที่ฝีมือกล้าแข็ง เมื่อผมได้รับการคัดเลือกก็เกิดเป็นกำลังใจในการทำงานสร้างสรรค์
ขอชื่นชมบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่จัดงานประกวดศิลปกรรมมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 41 แล้ว เป็นเวทีที่สร้างศิลปินร่วมสมัยมากมายให้เติบโต นอกจากจะส่งเสริมศิลปินแล้ว ยังส่งเสริมชาติ รวมไปถึงการร่วมผลักดันด้านการรักษาสืบทอดศิลปะทางวัฒนธรรมของชาติ

จุดเด่นของการประกวดศิลปกรรมปตท.
หัวข้อในการประกวดศิลปกรรม ปตท. เปรียบเสมือน ‘จดหมายเหตุ’ เล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ของบ้านเมือง หรือเรียกว่า ‘Archive’ (คลังเก็บข้อมูล) ที่บันทึกเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคสมัย แต่ ‘Archive’ นี้ไม่ได้จดบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร แต่เป็น ‘Archive’ ที่เกิดจากการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะบอกเล่าประสบการณ์
อย่างปีนี้หัวข้อคือ ‘พลังชีวิต พลังอนาคต’ เด็ก ๆ หรือศิลปินจะกลั่นกรอง ตีความ ถ่ายทอดพลังของชีวิต และพลังอนาคตออกมาสื่อให้คณะกรรมการได้เห็นประจักษ์ผ่านผลงานของตนเอง
ทาง ปตท. ยังมีรางวัล CEO Awards เปิดมุมมองของความหลากหลายในการตัดสินผลงานซึ่งเป็นนิมิตหมายที่ดี

เกณฑ์การพิจารณาที่สำคัญ
คณะกรรมการจะกำหนดกรอบเกณฑ์ในการประกวดทุกครั้งของ ปตท. ซึ่งเรื่องหัวข้อจะให้ความสคัญเป็นลำดับแรก สื่อออกมาให้ได้แล้วจากนั้นให้ใช้ทักษะการถ่ายทอดผ่าน ‘อาวุธ’ ของคุณ คือ เทคนิคกระบวนการต่าง ๆ ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่ศิลปินถนัดหรืออยากจะทดลองสิ่งใหม่ นอกจากนี้ผลงานต้องมีคุณภาพ ความงามทางสุนทรียศาสตร์ มีความใหม่ และพิเศษ
การระบุแนวคิดให้ละเอียดลงในใบสมัคร
ศิลปินแต่ละคนมีความหลากหลายในการทำงาน บางคนรู้คอนเซปต์ว่าจะทำอะไรแล้วไปหาข้อมูล ส่วนบางคนทำงานไปก่อนแล้วเขียนคอนเซปต์ก็มี หากคณะกรรมการต้องพิจารณาผลงาน 2 ชิ้นที่มีคุณภาพใกล้เคียงกัน จะมีการพิจารณาจากแนวคิดที่เขียนในใบสมัครร่วมด้วย

การนำ AI มาใช้สร้างศิลปะ
ใช้ได้นะ นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการ Sketch หยาบ ๆ ค้นหาไอเดีย หรือศึกษาภาพสามมิติ แต่เวลาลงมือทำงานจริง ผมคิดว่ายังไงก็ต้องการทักษะฝีมือของศิลปิน สร้างสรรค์ออกมาจากจิตวิญญาณ ผลงานจะต้องมีพลัง
บทสรุป
อาจารย์ยังทิ้งท้ายว่าทุกการดำเนินชีวิตมีความเกี่ยวข้องกับศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ ผู้ที่ศึกษาศิลปะนั้นไม่จำเป็นจะต้องเติบโตเป็นศิลปินทุกคน แต่ศิลปะยังเป็นรากฐานของการใช้ชีวิต เป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์รักษาสืบทอดศิลปวัฒนธรรมไทย เป็นกระบอกเสียงในการเคารพต่อธรรมชาติอย่างยั่งยืน
จึงขอเชิญชวนน้อง ๆ เยาวชน ศิลปินทุกแขนงทุกระดับชั้นส่งผลงานประเภทจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ และสื่อผสมเข้าร่วมประกวด “𝗣𝗧𝗧 𝗔𝗿𝘁 𝗔𝘄𝗮𝗿𝗱𝘀 𝟮𝟬𝟮𝟲” ระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2569 โดยคณะกรรมการตัดสินผลงานมีความตั้งใจในการพิจารณา และอยากเห็นความเติบโตของศิลปินในการพัฒนางานศิลปะต่อไป


ครบรอบ 48 ปี ปตท. เชิญชวนส่งผลงานประกวดศิลปกรรม ปตท. ครั้งที่ 41
“𝗣𝗧𝗧 𝗔𝗿𝘁 𝗔𝘄𝗮𝗿𝗱𝘀 𝟮𝟬𝟮𝟲”
ประเภทผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ และสื่อผสม
ภายใต้หัวข้อ “พลังชีวิต พลังอนาคต”
ดาวน์โหลดใบสมัคร ระเบียบการประกวด
https://www.pttplc.com/api/blobfile/uploadfiles%2Fcontenttext%2Ffile_180520261713979411.pdf
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.facebook.com/PTTArtGalleryAtBanChaoPhraya
ภาพ: บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หอศิลป์ ณ บ้านเจ้าพระยา Arts Gallery at Ban Chao Phraya สื่อประชาสัมพันธ์เพื่อเชิดชูเกียรติแก่ ศาสตราจารย์เกียรติคุณญาณวิทย์ กุญแจทอง
เรื่อง: อาภาวัลย์ ลดาวัลย์



