
บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก ร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร เดินหน้าจัด “โครงการเก็บขยะทะเลเพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เนื่องในวันมหาสมุทรโลก” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ณ ศูนย์วิจัยทรัพยากรป่าชายเลนที่ 2 ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลท้องทะเลภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange®2030 ของไทยยูเนี่ยนในเรื่องการลดขยะพลาสติกในทะเลไม่ให้ปนเปื้อนสู่แม่น้ำลำคลองและทะเลให้ได้ตามเป้าหมาย 1,500 ตัน ภายในปี 2573
กิจกรรมเก็บขยะทะเลของไทยยูเนี่ยนจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยในปีนี้มีอาสาสมัครจากทั้งไทยยูเนี่ยน และบริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC ผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงชั้นนำระดับโลก เข้าร่วม พร้อมด้วยตัวแทนจากภาครัฐ อาทิ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 องค์การบริหารส่วนตำบลบางหญ้าแพรก สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสาคร บริษัท สมุทรสาครพัฒนาเมือง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัดเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) โรงเรียนในท้องถิ่น และโรงเรียนนานาชาติ รวมทั้งหมดกว่า 350 คน ร่วมกันเก็บขยะทะเลในประเทศไทย

นายปราชญ์ เกิดไพโรจน์ ผู้อำนวยการด้านความยั่งยืน ธุรกิจ Pet Feed และ Marine Ingredient
บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในฐานะบริษัทอาหารทะเลชั้นนำระดับโลก ไทยยูเนี่ยนมองว่าความยั่งยืนคือหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ดังนั้นเราจึงมุ่งปกป้องดูแลทรัพยากรในมหาสมุทรและระบบนิเวศ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้อุตสาหกรรมอาหารทะเลโลก ทั้งนี้ ปัจจุบันมีขยะพลาสติกเกือบ 200 ล้านตันในท้องทะเล ที่เกิดจากการทิ้งขยะพลาสติกลงสู่ท้องทะเล ท่อระบายน้ำ และการกำจัดขยะที่ไม่ถูกต้อง โดยหนึ่งในพันธกิจของไทยยูเนี่ยน ภายใต้กลยุทธ์ SeaChange®2030 คือ จัดการขยะพลาสติกกว่า 1,500 ตัน ไม่ให้ปนเปื้อนสู่แม่น้ำลำคลองและท้องทะเล ภายในปี 2573 โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าชายเลนซึ่งเป็นพื้นที่กักเก็บขยะทะเล

“ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา (2564-2567) โครงการเก็บขยะทะเลของไทยยูเนี่ยนได้ระดมพลังอาสาสมัครของเราและพันธมิตรจากทั่วทุกมุมโลก ร่วมเก็บขยะได้มากถึง 25,171 กิโลกรัม หรือกว่า 25 ตัน สะท้อนให้เห็นถึงปริมาณขยะจำนวนมากที่อยู่ในท้องทะเล ซึ่งการดำเนินการอย่างต่อเนื่องนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณขยะในทันที แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมสร้างจิตสำนึกที่ดีเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งภาครัฐและภาคเอกชน” นายปราชญ์ กล่าว
ในปีนี้ โครงการเก็บขยะเนื่องในวันมหาสมุทรโลกของไทยยูเนี่ยนได้ขยายเครือข่ายความร่วมมือไปสู่ 11 ประเทศใน 4 ทวีป ได้แก่ ไทย, สหรัฐอเมริกา, กานา, เซเชลส์, สหราชอาณาจักร, นอร์เวย์, เนเธอร์แลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี และอิตาลี โดยเน้นการเก็บขยะในพื้นที่สำคัญ เช่น ป่าชายเลน, แม่น้ำ, ชายหาด และบริเวณใกล้เคียงกับโรงงานของไทยยูเนี่ยน การขยายขอบเขตการดำเนินงานในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยยูเนี่ยนในการแก้ไขปัญหามลพิษทางทะเลในระดับโลก และการสร้างการมีส่วนร่วมจากชุมชนท้องถิ่นในแต่ละประเทศ
“ที่ไทยยูเนี่ยนเราตั้งเป้าให้ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์สินค้าของบริษัท 100 เปอร์เซ็นต์จะต้องใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนภายในปี 2568 และเราจะสนับสนุนให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ผลิตให้กับคู่ค้าอย่างน้อย 60 เปอร์เซ็นต์ ใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนเช่นกัน นอกจากนี้ เรายังทำงานร่วมกับองค์กร Global Ghost Gear Initiative (GGGI) อย่างใกล้ชิด เพื่อลดปัญหาการทิ้งอุปกรณ์จับปลาในท้องทะเลทั่วโลก เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดขยะพลาสติกในท้องทะเลให้ได้ 1,500 ตันภายในปี 2573” นายปราชญ์ กล่าว

นางสาวศุภวดี สิทธิจำเริญคุณ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ไอ-เทล ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครมาอย่างยาวนาน และให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและชุมชนมาโดยตลอด โดยเฉพาะการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาขยะทะเลอย่างยั่งยืน เพราะเราเชื่อมั่นว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนมาจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน ตลอดจนอาสาสมัคร โดยกิจกรรมในวันนี้ไม่เพียงเป็นการเก็บขยะทะเล แต่ยังเป็นการส่งต่อแรงบันดาลใจและสร้างความตระหนักรู้ให้กับคนในชุมชนและสังคม เพื่อร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่อย่างยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป”
ทั้งนี้ ขยะที่เก็บรวบรวมได้จากโครงการทั้งหมดจะถูกนำไปคัดแยกและจดบันทึกตามแนวทางของ International Coastal Cleanup (ICC) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลในการเก็บข้อมูลขยะทะเล ขยะที่สามารถรีไซเคิลได้จะถูกส่งมอบให้บริษัทจัดการขยะในพื้นที่เพื่อนำไปแปรรูปอย่างเหมาะสม ส่วนขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้จะถูกส่งต่อผ่านหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวของส่งไปยังบริษัทที่รับแปรสภาพขยะเพื่อนำไปทำเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นกระบวนการที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน
ความร่วมมือครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนความมุ่งมั่นของ ไทยยูเนี่ยนและไอ-เทล ในการสร้างความยั่งยืน แต่ยังเป็นแบบอย่างที่ดีของการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการร่วมกันดูแลรักษามหาสมุทร ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญของโลก เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน



