
เทคนิค สีน้ำมันบนกระดานไม้
ขนาด 78 x 108 เซนติเมตร
บริบทของโพรวีแนนซ์
ในวงการศิลปะนั้น
ไม่ได้เจาะจงเฉพาะว่า
ผลงานชิ้นนั้น
มีแหล่งกำเนิดมาจาก
ศิลปินท่านไหน
เมื่อไหร่ อย่างไร
แต่ยังครอบคลุมถึง
ความเป็นมา
ประวัติการครอบครอง
ในวงการศิลปะสากล โดยเฉพาะกับผลงานชิ้นล้ำค่าที่มีอายุอานามมาก ๆ อีกหนึ่งข้อมูลมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าชื่อเสียงเรียงนามของศิลปิน วัสดุที่ใช้สร้าง สภาพของผลงาน ก็คือสิ่งที่เรียกว่า “โพรวีแนนซ์”
โพรวีแนนซ์ (Provenance) มีรากศัพท์ดั้งเดิมมาจากคำกริยาภาษาละตินว่า “prōvenīre” ซึ่งแปลว่า ปรากฏขึ้น, กำเนิดขึ้น, หรือออกมาจาก ต่อมาคำนี้ถูกนำมาแปลงรูปในภาษาฝรั่งเศสโบราณเป็น “provenir” และกลายเป็น “provenance” ในภาษาฝรั่งเศสปัจจุบัน
ในภาษาอังกฤษคำว่าโพรวีแนนซ์ถูกนำมาใช้ตั้งแต่ช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 โดยยังคงความหมายถึง แหล่งกำเนิด, ต้นกำเนิด, แหล่งที่มา, หรือ ต้นตอ
ส่วนบริบทของโพรวีแนนซ์ในวงการศิลปะนั้น ไม่ได้เจาะจงเฉพาะว่าผลงานชิ้นนั้นมีแหล่งกำเนิดมาจากศิลปินท่านไหน เมื่อไหร่ อย่างไร แต่ยังครอบคลุมถึงความเป็นมา ประวัติการครอบครองของผลงานชิ้นนั้น ๆ โดยผู้ที่ได้กรรมสิทธิ์รับช่วงไปเก็บรักษาไว้ในลำดับต่อ ๆ ไปด้วย

อันรวมถึงภาพถนนสีขาวบริเวณมุมซ้ายล่างของภาพ
(ภาพจากหนังสือมนุษย์ต่างดาว ถวัลย์ ดัชนี)
ถึงโพรวีแนนซ์จะเป็นเรื่องสำคัญแต่ที่ผ่านมานักสะสมในเมืองไทยยังไม่ค่อยกระตือรือร้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผลงานส่วนใหญ่จึงยังไม่มีการสืบค้น รวบรวม บันทึก และเก็บรักษาข้อมูลต่างๆเหล่านี้เอาไว้ ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายเพราะผลงานศิลปะชิ้นที่ดีอยู่แล้ว ยิ่งถ้ามีโพรวีแนนซ์มาตรฐานสูงมาสนับสนุน ผลงานชิ้นนั้นยิ่งจะกลายเป็นผลงานดีเลิศ เข้าขั้นที่พิพิธภัณฑ์ระดับสากลสมควรขวนขวายมาสะสม
เพื่อให้เห็นภาพทัศน์ชัดเจนจึงจะขอยกตัวอย่างผลงานชิ้นหนึ่งของ ถวัลย์ ดัชนี ที่มีชื่อว่า “ถนนสีขาว” ภาพวาดเทคนิคสีน้ำมันชิ้นนี้วาดขึ้นในปี พ.ศ. 2507 หลังจากที่ถวัลย์หนุ่มหล่อมาดระห่ำเพิ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากรมาใหม่ ๆ ยุคที่ถวัลย์ยังนิยมใช้สีสันสดใสแพรวพราว
เพื่อให้เนื้อสีผสมผสานกันอย่างมีอารมณ์ ถวัลย์ใช้พู่กันสลับกับเกรียงปาดป้ายให้เกิดเป็นภาพถนนสีขาวที่ทอดยาวคดเคี้ยวผ่านทิวเขาสีน้ำเงินอันสงบเย็นดูน่าแวะพักทอดกายให้เย็นใจ แต่ในหลืบมืดก็แอบซ่อนชะง่อนผาสีแดงคล้ายหินลาวาที่กำลังเดือดปะทุเอาไว้ บนท้องฟ้าสีอมเขียวมีดวงอาทิตย์โดนบดบังด้วยเงาดำราวกับว่ากำลังเกิดเหตุการณ์สุริยุปราคา
ด้วยตัวผลงานเองภาพนี้ก็นับว่าเป็นสุดยอดอยู่แล้ว เพราะเป็นภาพหลากสีหายากจากยุคแรกเริ่มของ ถวัลย์ ดัชนี หนึ่งในศิลปินไทยที่มีชื่อเสียงมากที่สุด อีกทั้งผลงานยังเข้มข้น งดงาม และยังอยู่ในสภาพดีทั้งที่ผ่านกาลเวลามาแล้วกว่า 60 ปี แต่ถ้าใครได้ทราบถึงหัวนอนปลายเท้า หรือ โพรวีแนนซ์ ของภาพนี้แล้วด้วยล่ะก็ ภาพถนนสีขาวกับทิวทัศน์ลึกลับจะยิ่งน่าทึ่งขึ้นอีกเป็นทวีคูณ

(ภาพจากหนังสือมนุษย์ต่างดาว ถวัลย์ ดัชนี)
ถวัลย์ตั้งราคาภาพไว้ที่ 2,000 บาท
ซึ่งนับว่าเป็นเงินจำนวนมหาศาล
ในห้วงเวลาที่ทองคำ
ยังบาทละแค่ราว ๆ 400
แต่ไหนแต่ไรมาตั้งแต่เป็นนักศึกษา จนเริ่มอาชีพศิลปินผลงานของถวัลย์ไม่เคยมีราคาถูก อย่างในงานประกวดเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2505 ณ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ถนนศรีอยุธยา หลังจากผลงานเทคนิคสีน้ำมันของถวัลย์ได้รับรางวัลที่ 1 จากงานประกวดครั้งนั้น ถวัลย์ตั้งราคาภาพไว้ที่ 2000 บาทซึ่งนับว่าเป็นเงินจำนวนมหาศาลในห้วงเวลาที่ทองคำยังบาทละแค่ราว ๆ 400
ต่อมาอีกไม่นานเมื่อถวัลย์จัดแสดงงานอีกครั้ง ถวัลย์ขึ้นราคาภาพเป็น 6,000 ซึ่งมูลค่าพอ ๆ กับทอง 15 บาท แต่แทนที่จะต้องขนผลงานกลับบ้านเพราะไม่มีใครสู้ราคา เหตุการณ์กลับตาลปัตรเมื่อ พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 17 ของประเทศไทย ซึ่งในขณะนั้นยังดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต สังกัดกระทรวงต่างประเทศ เกิดมาเห็นผลงานของถวัลย์เข้าแล้วเกิดถูกอกถูกใจเหมาไปเลย 10 ภาพแบบไม่ขอส่วนลด แถมยังคอยอุปถัมภ์อุดหนุน และเป็นแรงใจต่อมาจนถวัลย์ลืมตาอ้าปากได้ ภาพถนนสีขาวจึงเป็นหนึ่งในผลงานที่ได้จับพลัดจับผลูย้ายสำมะโนครัวไปอยู่กับพลเอกชาติชายในที่สุด
พลเอกชาติชายชื่นชอบผลงานของถวัลย์มาก เพราะนอกจากจะนำไปแขวนประดับบ้านในกรุงเทพฯแล้ว หากต้องไปประจำการเป็นเอกอัครราชทูตที่ประเทศไหนก็จะนำภาพของถวัลย์ที่สะสมไว้ส่วนตัวไปแขวนแสดงที่สถานทูตไทยในต่างประเทศอีกด้วย อย่างเช่นที่กรุงบัวโนสไอเรสประเทศอาร์เจนตินา หรือที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เป็นการประกาศศักดาให้ชาวต่างชาติได้เห็นว่าฝีมือศิลปินไทยไม่ใช่ธรรมดา ๆ
และแล้ววันเวลาก็ล่วงเลยมาจนเมื่อพ.ศ. 2541 พลเอกชาติชายในวัย 78 ได้ถึงแก่กรรม ทายาทจึงตัดสินใจนำสมบัติบางส่วนมาแบ่งขาย ซึ่งในบรรดาของล้ำค่าเหล่านี้มีผลงานจิตรกรรมยุคแรก ๆ ของถวัลย์ ดัชนี รวมอยู่ด้วย โดยมีอยู่ภาพหนึ่งเป็นภาพไก่ชนสีสันสดใสถูกขายผ่านการประมูลในเมืองไทยจนกลายเป็นตำนานโจษขานมาจนถึงปัจจุบัน

(ภาพจากหนังสือมนุษย์ต่างดาว ถวัลย์ ดัชนี)
เรื่องราวมีอยู่ว่า ในวันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2542 บริษัทคริสตี้ส์ (Christie’s) หนึ่งในสถาบันจัดการประมูลที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ตัดสินใจมาจัดประมูลผลงานศิลปะไทยในกรุงเทพฯ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์ไฮแอทเอราวัณ โดยไฮไลท์ของการประมูลคือภาพไก่ชนฝีมือถวัลย์ ดัชนี เหตุที่ผลงานชิ้นนี้เป็นที่จดจำเพราะพอเริ่มเปิดประมูลมีผู้แข่งขันกันดุเดือดจากราคาประเมินที่ตั้งไว้เพียง 6 แสนถึง 7 แสนบาท แต่ราคาสุดท้ายกลับพุ่งพรวดพราดไปจบที่ 2,070,000 บาทอย่างรวดเร็ว มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 3 เท่า ถือว่าราคาสูงมากเมื่อเทียบกับผลงานของ ถวัลย์ ดัชนี ขนาดเดียวกันซึ่งยังซื้อขายกันในราคาหลักแสนในสมัยนั้น
ส่วนผลงานชิ้นอื่น ๆ ฝีมือถวัลย์จากคอลเลคชันของพลเอกชาติชายอันรวมถึงภาพถนนสีขาวซึ่งกล่าวถึงไปแล้วก่อนหน้า ล้วนได้ถูกซื้อขายเปลี่ยนมือกันแบบเงียบ ๆ กระจายไปยังคอลเลคชันของนักสะสมศิลปะแถวหน้าของประเทศรุ่นต่อ ๆ มาเมื่อราว 20 ปีก่อน
นี่แหละ คือ โพรวีแนนซ์ที่พิเศษของภาพถนนสีขาวสมบัติผลัดกันชมจากกรุสมบัติระดับนายกรัฐมนตรี ภาพถนนสะอาดสะอ้านลัดเลาะทิวทัศน์เย้ายวนเชิญชวนให้ก้าวเดิน แต่ความงดงามก็แฝงไว้ด้วยภยันตรายที่หลบเร้น แม้ดวงอาทิตย์บนฟากฟ้าจะถูกเงาดำบดบังแต่มิอาจจะขวางกั้นแสงสีทองที่ส่องสว่างเล็ดรอดออกมาโดยรอบได้ ไม่ต่างอะไรกับเส้นทางชีวิตของบัณฑิตใหม่อย่าง ถวัลย์ ดัชนี หรือนายทหารหนุ่มอย่าง ชาติชาย ชุณหะวัณ ที่ต้องก้าวผ่านอุปสรรคนานาประการบนวิถีที่เลือกแล้ว ถึงปลายทางจะยังมองไม่เห็น แต่ในความมืดดำนั้นกลับมีแสงเรืองรองจุดประกายความหวัง สร้างกำลังใจให้บรรลุสู่เป้าหมายของแต่ละท่าน ซึ่งทั้งถวัลย์ และพลเอกชาติชายต่างก็มุ่งมั่นจนพิชิตถนนเส้นนี้ได้สำเร็จเป็นที่ประจักษ์
เรื่อง ภาพ ตัวแน่น
ศิลปิน: ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ปี พ.ศ.2544
คลิก ⊳ อ่านบทความอื่น ๆ เกี่ยวกับ ถวัลย์ ดัชนี



