Sunday, May 31, 2026
ส.พลายน้อย ชื่นชมอดีต

เลิกทาส (ส.พลายน้อย)

ครั้นถึง พ.ศ. 2420 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 มีพระชันษาครบ 24 ปี คิดเป็นวันได้ 8,767 วัน ได้ทรงบริจาคเงินวันละ 1 บาท เป็นเงิน 8,767 บาท ซื้อทาสที่ขายตัวกับนายเงินมาครบ 25 ปี รวมทั้งลูกหลานได้ทั้งหมด 50 คน

   ข้าพเจ้าคิดเห็นว่าลูกทาสซึ่งเกิดในเรือนเบี้ยตั้งแต่ออกจากท้อง พอลืมตาก็นับว่าเป็นทาสมีค่าตัวไปจนถึงอายุ 100 หนึ่งก็ยังไม่หมดดังนี้ดูเป็นหามีความกรุณาแก่ลูกทาสไม่ ด้วยตัวเด็กที่เกิดมามิได้รู้ได้เห็นสิ่งไรเลย บิดา มารดาทำชั่วไปขายตัวท่านแล้ว ยังพาบุตรไปให้เป็นทาสจนสิ้นชีวิตอีกเล่า เพราะรับโทษทุกข์ของบิดามารดาเท่านั้นเอง หาควรที่จะเอาเป็นทาสจนตลอดชีวิตไม่ แต่ครั้งนี้จะให้เลิกถอนหลุดค่าตัวเสียทีเดียว ถ้านายเงินที่ไม่มีเมตตากรุณาแก่เด็ก ก็จะไม่เอาเป็นธุระให้มารดาเลี้ยงรักษา เพราะเด็กเกิดมาไม่เป็นคุณประโยชน์แก่ตน ก็จะเอามารดาไปใช้การงานของตัวมิให้เลี้ยงเด็กๆ นั้นก็จะเป็นอันตรายตายไปเพราะนายเงินไม่มีเมตตากรุณา จึงคิดเห็นว่าถ้าจะไม่ได้เป็นประโยชน์แก่นายเงินบ้าง นายเงินก็จะไม่มีเมตตากรุณาแก่เด็ก ถ้าจะตัดลงให้พอมีเวลาหลุดเป็นไทได้บ้างเห็นจะเป็นการดี ลางทีก็จะรอดจากทาสไปได้

   เด็กลูกทาสตั้งแต่อายุ 8 ปีไป นายได้อาศัยขอนำ้ ขอไฟ ควรจะคิดเอาอายุ 8 ปีเป็นเต็มค่าตั้งแต่พ้น 8 ปีไปให้นายมีความกรุณาลดเกษียณอายุพอจะได้ไปทัอุปสมบท และคิดทำมาหากินต่อไป ถ้าเป็นหญิงจะให้มีลูกผัวไปตามการถ้าจะคิดแบ่งเกษียณอายุอย่างเช่นว่ามาแล้วนั้นคือลูกทาสตั้งแต่เกิดมาคิดตามกรมศักดิ์เดิมจนถึงอายุ 8 ปีเต็ม ค่าเป็นเงิน 2 ตำลึง ตั้งแต่นั้นต่อไปให้คิดลงเกษียณอายุตั้งแต่ 9 ขวบ 10 ขวบ 11 ขวบ 7 ตำลึง, 12 ขวบ 14 ขวบ 5 ตำลึง 2 บาท, 15 ขวบ 16 ขวบ 17 ขวบ 3 ตำาลึง 2 บาท, 18 ขวบ 19 ขวบ 20 ขวบ ตำลึงหนึ่ง, 21 ขวบ ขาดสิ้นค่าตัว

   ถ้าหญิงอายุ 8 ปี 7 ตำลึง ตามเกษียณอายุในกรมศักดิ์เดิมตั้งแต่ 9 ขวบ 10 ขวบ 11 ขวบ 6 ตำาลึง, 12 ขวบ 13 ขวบ 14 ขวบ 4 ตำลึง 3 บาท, 15 ขวบ 16 ขวบ 17 ขวบ 3 ตำาลึง, 18 ขวบ 19 ขวบ 20 ขวบ 3 บาท, 21 ขวบ ขาดสิ้นค่าตัว”

   ค่าตัวนางแก้วกิริยา บิดาพามาขายให้ขุนช้างถึง 15 ตำลึง (60 บาท) ซึ่งในสมัยโบราณไม่ใช่เงินเล็กน้อย ผู้ใหญ่เคยเล่าให้ฟังว่า กว่าจะได้สักเฟื้อง สักสลึง ก็ต้องทำงานเหนื่อยยาก นึกถึงตอนเป็นเด็กแม่ร้องกล่อมน้องจำได้หน่อยหนึ่งว่า “เล่นเพลงปรบไก่จนหัวไหล่ยอก เงินเฟื้องก็ไม่ถึงเงินสลึงก็ไม่ออก” จำได้เท่านี้ แสดงว่ากว่าจะได้เฟื้อง ได้สลึงเป็นเรื่องยาก มีเรื่องแปลกอยู่เรื่องหนึ่ง ในสมัยโบราณเมื่อมีคนไปลาบวช ญาติผู้ใหญ่ก็จะได้รับเหรียญเงินราคาเฟื้องหนึ่ง หรือเหรยีญทองแดงชนดิ อื่นรวมกัแล้วอยู่ในราคา 1 เฟื้อง ไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้ ถือเป็นประเพณีว่าจะได้กุศลร้อยเฟื้อง พันเฟื้อง จะมีมูลเหตุมาจากอะไรก็ไม่ทราบ เข้าใจว่าค่าของเงินในสมัยก่อนสูงมาก ในชั่วชีวิตของผู้เขียนเองครั้งยังเป็นเด็กค่าแรงกรรมกรบางคนได้เพียงวันละ 25 สตางค์ ที่มีฝีมือหน่อยก็ 50 สตางค์เขาก็อยู่กันได้ด้วยความอดทน ที่เล่านอกเรื่องก็เพื่อให้ระลึกว่าเงินทองเป็นของหายาก แค่เฟื้องแค่สลึงก็ถือว่ามากแล้ว

   เรื่องการเลิกทาสเป็นเรื่องละเอียดอ่อนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพิจารณาถึงผลได้ผลเสียของทุกฝ่ายเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนความรู้สึกทั้งฝ่ายนายเงินและตัวทาสเองไม่เหมือนบางประเทศที่ประกาศเลิกทาสแบบเด็ดขาดจนเกิดสงคราม กลางเมือง เพราะผลประโยชน์ขัดกัน การเลิกทาสของไทยต้องใช้เวลาหลายปี ถ้าจะกล่าวตามพระราชปรารภทั้งหมดก็จะยืดยาวไป จึงขอสรุปพอให้ทราบขั้นตอนดังต่อไปนี้

About the Author

Share:
Tags: รัชกาลที่ ๕ / เลิกทาส / พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย / นิตยสารอนุรักษ์ / อนุรักษ์ / anurakmagazine /

เรื่องราวอีกมากมายที่คุณจะชอบ