Monday, March 9, 2026
ชื่นชมอดีต บทความแนะนำ

ซูตองเป้ อวิชชา อกาลิโก และคำขอโทษ

ตุงกระด้าง หรือธงที่ทำจากโลหะ แกะเป็นรูป “ปูรณฆฏะ” หรือหม้อดอกไม้แห่งความเจริญรุ่งเรืองสัญลักษณ์มงคลของชาวพุทธแต่โบราณ ประดับไว้ตรงทางเข้าสู่สวนธรรมภูสมะ

ดังนั้น จึงมีการตีความให้เข้าใจง่ายๆปริวาสกรรม คือการต้องโทษ หรือการติดคุกของพระที่ทำควำมผิดหนักแล้วปกปิดไว้เมื่อมำแจ้งแก่หมู่สงฆ์แล้ว ต้องอยู่ปริวาสกรรมเท่ากับจำนวนวันที่ปกปิดไว้ก่อน เช่น ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วปกปิดไว้หนึ่งเดือน เมื่อแจ้งแก่สงฆ์แล้วต้องอยู่ปริวาสหนึ่งเดือน แล้วจึงขอประพฤติวัตรมานัต คือการออกจากอาบัติต่อไป ทั้งนี้ ระหว่างอยู่ปริวาส ต้องประพฤติวัตรต่างๆ เช่น งดใช้สิทธิบางอย่าง ลดฐานะของตนและประจานตัว ฯลฯ

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงต้องกราบนมัสการขออภัยพระภิกษุสงฆ์ที่มา “ปริวาสกรรม” ณ สวนธรรมภูสมะ แล้วผมถ่ายภาพท่านอย่างเอาจริงเอาจัง ด้วยเป็นห้วงเวลาที่แสงสวยมากๆ แต่ด้วย “อวิชชา” หรือความไม่รู้ทำให้ผมล่วงละเมิดถ่ายภาพพระคุณท่านทั้งๆ ที่มีบางรูป ดึงจีวรขึ้นปกปิดใบหน้าแสดงเจตนาไม่ปรารถนาให้ผมถ่ายภาพแต่ผมก็ยังไม่ลดละ ด้วยเข้าใจว่าท่านคงหนาวจึงดึงจีวรมาปิด กราบนมัสการขออภัยในควำมไม่รู้อย่างสูงครับ

ปัจจุบัน สวนธรรมภูสมะ สะพำนซูตองเป้ จัดเป็นสถำนที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ใครไปถึงเมืองสำมหมอกแล้วต้องไปเยือน แต่ที่ผมปลื้มปีติในดวงใจ คือ ท่านประธานสงฆ์สวนธรรมภูสมะ พระปลัดจิตตพัฒน์ อคฺคปัญโญ ผู้นำทางจิตวิญญาณ ยังรักษาที่นี่เป็น “สวนธรรม” สำหรับผู้แสวงหำธรรมอย่ำงแท้จริงไว้ได้โดยไม่มีรูปปั้นเทพเจ้าในศาสนาอื่นมาปะปนให้คนสับสน ไม่มีกำรชักชวนให้คนทำบุญด้วยวิถีทำงที่ห่างจำกควำมเป็นพุทธ ไม่มีเสียงเพลง หรือเสียงพระคอยเชียร์ให้คนทำบุญจนหนวกหู เป็นการยืนยันว่า คำสอนของพระพุทธเจ้าเป็น “อกาลิโก” คือเป็นธรรมที่ปฏิบัติได้และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล

และที่สุดยอด คือคำสอนที่ท่านขึ้นไว้ที่หน้าปกแฟนเพจในเฟซบุ๊ก “ซูตองเป้สวนธรรมภูสมะ พุทธศาสนสถาน” ที่ว่า “วันใดที่เธอเบิกบานในการรับใช้เพื่อนมนุษย์วันนั้นคือวันที่สวยงามที่สุดในชีวิตเธอ”

About the Author

Share:
Tags: สะพานซูตองเป้ / วัด ประเพณี วัฒนธรรม การละเล่น / เชียงใหม่ / ซูตองเป้ / แม่ฮ่องสอน / สวนธรรมภูสมะ /

เรื่องราวอีกมากมายที่คุณจะชอบ