Tuesday, April 21, 2026
ศิลปะ ชื่นชมอดีต

ชาวประมง ภาพชีวิตที่ตะเกียกตะกายกว่าจะกลายเป็น ถวัลย์ ดัชนี

‘ชาวประมง‘ ‘Fisherman’ พ.ศ. 2507
เทคนิค สีน้ำมันบนผ้าใบ
ขนาด 185 x 90 เซนติเมตร

‘Legends are not born, they are built.’
ประโยคอันกล่าวถึงที่มาของความยิ่งใหญ่ระดับตำนานนั้น
ไม่ได้เกิดขึ้นมาได้เองลอยๆ
แต่สั่งสมจากความมุมานะพยายาม
ตั้งใจในเรื่องที่ทำอย่างสม่ำเสมอ
ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ
จนประสบความสำเร็จได้ในที่สุด 

ถวัลย์ ดัชนี (ขวาสุด) สมัยเรียนอยู่ที่โรงเรียนเพาะช่าง (ภาพจากหนังสือ ถวัลย์ ดัชนี ไตรสูรย์)

จากเด็กดอยในชนบทห่างไกล
เติบใหญ่กลับกลายเป็นผู้ที่ได้รับฉายาว่า
จักรพรรดิแห่งผืนผ้าใบ
เป็นศิลปินชั้นนำของชาติไทย
ทั้งยังมีชื่อเสียงขจรไกลใปถึงระดับนานาชาติ
เส้นทางชีวิตของ ถวัลย์ ดัชนี นั้นมีที่มาอย่างไรกัน

เรื่องราวของถวัลย์นั้นห่างไกลจากคำว่าธรรมดา ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมายไม่ต่างอะไรกับมหากาพย์ เริ่มจากนาย ศรี ดัชนี จ่านายสิบทหาร ผู้ร่วมหัวจมท้ายกบฏบวรเดช หลังพลาดท่าพ่ายแพ้แก่ฝ่ายรัฐบาลในปี พ.ศ. 2476 ก็ตุปัดตุเป๋หลบลี้หนีภัยไปอยู่พม่าก่อนจะตัดสินใจกลับมารับราชการกรมสรรพสามิตและ ตั้งรกรากอยู่ในจังหวัดเชียงราย ที่นั่นจ่าศรีได้พบรักกับสาวเหนือนามว่า บัวคำ พรมสา ทั้งสองได้สร้างครอบครัวและมีบุตรชายด้วยกัน 4 คนโดยทารกคนสุดท้องที่เกิดเมื่อ วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2482 นี่เองที่พ่อแม่ตั้งชื่อให้ว่า ถวัลย์ ดัชนี


ในวัยเด็กถวัลย์ซุกซนราวกับลิงต่างกับพี่ ๆ ที่ว่านอนสอนง่าย เมื่อแม่จะไปไหนเลยต้องกระเตงเอาถวัลย์ไปด้วยทุกแห่ง เพราะถ้าเอาไปฝากใครเลี้ยงลูกชายจอมแสบก็จะปั่นป่วนเขาไปหมด กิจกรรมที่ถวัลย์ในวัยเยาว์นิยมเป็นพิเศษ คือ การเก็บเอาก้อนถ่านมาละเลงกำแพงเป็นภาพต่าง ๆ หรือไม่ก็พกหนังสติ๊กออกไปฝึกมือยิงโน่นยิงนี่ด้วยความแม่นยำ

เมื่อโตขึ้นถวัลย์เข้าเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนเชียงรายวิทยาคม ถวัลย์ฉายแววฉกาจด้านศิลปะตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียน ในวิชาวาดภาพถวัลย์เก่งเกินเด็ก ไม่ได้วาดได้แค่หมูหมากาไก่ แต่สามารถจดจำลักษณะและวาดรูปตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์แต่ละตัวที่มีรายละเอียดเยอะแยะออกมาได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน งานโรงเรียนงานไหนที่ต้องใช้ฝีมือด้านศิลปะไม่ว่าจะเขียนฉาก ออกแบบทำซุ้ม ครู ๆ ก็มักจะวางใจเลือกถวัลย์ให้มาช่วยงานอยู่ตลอด 

ครั้นถวัลย์เรียนจบชั้นมัธยมที่โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม ก็ได้ถูกคัดเลือกให้เป็นนักเรียนทุนของจังหวัดเชียงรายให้ไปศึกษาต่อที่โรงเรียนเพาะช่างในกรุงเทพฯ ถวัลย์ในวัย 14 เดินทางรอนแรมโดยลำพังจากบ้านเกิดด้วยรถขนหมูเพื่อมาต่อรถไฟเข้าเมืองกรุง ที่กรุงเทพฯ ถวัลย์เรียนเพาะช่างอยู่ 3 ปีโดยไม่ได้เช่าห้องพัก ใช้อาศัยซุกหัวนอนอยู่ตามซอกหลีบของตึกเรียนแบบตามมีตามเกิด พอเวลาจะนอนก็เอามุ้งที่ม้วนติดกับเอวไว้มากางออก และใช้รองเท้าเกี๊ยะหนุนหัวแทนหมอน ที่เพาะช่างถวัลย์ได้ขัดเกลาฝีมือทางช่างแทบจะทุกแขนง ทั้งวาดภาพ เลื่อยไม้ เย็บหนัง ฉลุลาย และงานประดิดประดอยอีกร้อยแปด

ถวัลย์ ดัชนี และ ศาสตราจารย์ ศิลป พีระศรี (ภาพจากหนังสือ ถวัลย์ ดัชนี ไตรสูรย์)

พอเรียนจบหลักสูตรได้วุฒิครูประถมการช่างแล้วแทนที่ถวัลย์จะกลับไปเป็นครูสอนศิลปะที่บ้านเกิดเหมือนกับนักเรียนทุนส่วนใหญ่ ถวัลย์กลับยิ่งกระหายจะเข้าใจศิลปะให้ลึกซึ้งขึ้นจึงไปสอบเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยศิลปากร โชคดีทันได้เรียนกับศาสตราจารย์ ศิลป พีระศรี ถวัลย์เลยได้เป็นศิษย์สายตรงรุ่นท้าย ๆ ก่อนศาสตราจารย์ศิลปจะถึงแก่กรรม

ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ถวัลย์ได้รับการบ่มเพาะทั้งด้านเทคนิคและทฤษฎีศิลปะให้แตกฉานขึ้นไปอีก สมัยนั้นถวัลย์สามารถลอกภาพโมเนต์ แวนโก๊ะ โกแกง ปีกัสโซ หรือศิลปินท่านใดก็แล้วแต่ได้ออกมาเหมือนทุกกระเบียดราวกับศิลปินกลับชาติมาวาดเอง ตอนเรียนปี 1 ถวัลย์ได้คะแนนวิชาวาดภาพร้อยเต็มบวก ๆ อยู่สม่ำเสมอ แต่ไฉนได้พอขึ้นปี 2 กลับทำคะแนนวิชาวาดภาพได้แค่ 15 คะแนน สร้างความงงงวยให้กับถวัลย์มากทั้ง ๆ ที่ฝีมือยิ่งดีขึ้นกว่าช่วงปีหนึ่งด้วยซ้ำ ด้วยความสงสัยถวัลย์จึงไปถามศาสตราจารย์ศิลป และในครั้งนั้นศาสตราจารย์ศิลปได้ให้คำแนะนำไว้ว่า

‘งานของนายมีแต่ถูกต้อง มันเป็นงานเรียน เป็นอคาเดมิกนะนาย ไม่มีชีวิต ปลาของนายว่ายน้ำไม่ได้ ไม่มีกลิ่นคาว ม้าของนายตายแล้ว ยืนตาย วิ่งไม่ได้ ร้องไม่ได้ วัดของนายเหมือนฉากลิเก ฟ้าของนายไม่มีอากาศ หายใจไม่ได้’

  ด้วยคำวิจารณ์ ถวัลย์ไม่ย่อท้อกลับยิ่งตั้งใจปรับปรุงผลงานให้มีชีวิต เปี่ยมด้วยพลัง เลิกใช้แค่ฝีมือก๊อปปี้ผลงานให้เหมือนของคนอื่น จนในที่สุดถวัลย์ก็ค้นพบทางสว่าง สามารถรังสรรค์ผลงานที่มีรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองได้ตั้งแต่ครั้งยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร
ผลงานในสไตล์ของ ถวัลย์ ดัชนี เองจากยุคแรกเริ่มนั้นถวัลย์ยังใช้แม่สีฉูดฉาด ทั้ง น้ำเงิน เหลือง แดง มาผสมผสาน ดูแตกต่างจากผลงานในยุคต่อ ๆ มาซึ่งลดทอนเหลือเพียงสีขาวกับดำ

ถวัลย์ ดัชนี ขณะสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร (ภาพจากหนังสือ รักปรากฏรูป จากช่างวาดรูป สู่มหาบุรุษ พญาอินทรีย์)


ด้วยความรู้ด้านกายวิภาคที่แม่นยำถวัลย์ใช้วิธีแยกรายละเอียดกระดูก มัดกล้าม ของมนุษย์ และสัตว์ออกเป็นช่องเป็นส่วน ขับย้ำด้วยการตัดเส้นสายประสานลงไปบนภาพวาดอย่างฉวัดเฉวียนด้วยเทคนิคการตวัดวาดด้วยพู่กัน สลับกับการปาดสีด้วยเกรียงแบบรวดเร็ว เกิดเป็นเส้นแหลมดูพลิ้วไหวไม่แน่นิ่ง

ไม่น่าแปลกที่น้อยคนนักจะเคยได้ยลผลงานยุคปฐมบทของถวัลย์ ด้วยห้วงเวลาสั้น ๆ เพียงช่วงไม่กี่ปีในการสร้างสรรค์ ผนวกกับกาลเวลาที่ล่วงเลยมาเกือบ 70 ปี ส่งผลให้ปัจจุบันมีภาพวาดในรูปแบบนี้หลงเหลืออยู่น้อยมาก ซึ่งนับรวมถึงภาพที่ถูกเก็บรักษาไว้ในคลังสะสมของพิพิธภัณฑ์ชั้นนำเช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหอศิลป กรุงเทพฯ หอศิลป์แห่งชาติสิงคโปร์ (National Gallery Singapore) พิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชียฟูกูโอกะ (Fukuoka Asian Art Museum) และในคอลเลคชันของนักสะสมศิลปะเพียงไม่กี่ท่านที่ได้รับตกทอดมาจากผู้สนับสนุนถวัลย์ยุคแรก ๆ ที่มีทั้งนักการทูตชาวต่างชาติ และชาวไทยท่านสำคัญอย่าง ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ บุญชู โรจนเสถียร

ดังนั้นย่อมเป็นเหตุการณ์อันน่าตื่นตาตื่นใจ เมื่อมีการสืบพบผลงานฝีมือ ถวัลย์ ดัชนี จากชุดแรกสุดที่หาชมได้ยากยิ่งนี้ โดยเฉพาะชิ้นซีเคร็ทซึ่งไม่เคยเปิดเผยสู่สายตาสาธารณชนมาก่อน

ดังเช่นผลงาน ‘ชาวประมง’ หรือ ‘Fisherman’ ภาพวาดเทคนิคสีน้ำมันบนผ้าใบขนาดเท่าคนจริง ที่ถวัลย์สร้างสรรค์ไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2507 ผลงานชิ้นนี้เป็นภาพชายร่างกายกำยำผิวกรำแดด นุ่งผ้าผืนเดียวแทนกางเกง แบกภาชนะขนาดใหญ่เต็มไปด้วยปลา และสัตว์ทะเลที่จับได้ ชายคนดังกล่าวกำลังก้าวเดินด้วยเท้าเปล่าไปบนผืนทรายที่มีเปลือกหอยหนามเรียงราย ฉากหลังมีหมู่บ้านชาวประมงรายล้อมด้วยเสาไม้ปักขัดกันไปมาใต้ท้องฟ้าสีน้ำเงินใสอบอวลไปด้วยไอร้อนของดวงอาทิตย์

ในภาพถวัลย์สรรค์สร้างมัดกล้ามเนื้อของชาวประมงด้วยฝีแปรง  และฝีเกรียงไว้อย่างทรงพลังเร้าอารมณ์ แขน ขา นิ้วมือ นิ้วเท้าของชายในภาพถูกวาดให้ดูยืดยาวเกินธรรมชาติ ทุกข้อต่อในร่างกายที่ถูกเน้นย้ำ เหมือนชาวประมงกำลังขยับเขยื้อนได้ดั่งมีชีวิต 

ในวงการศิลปะสากลอีกองค์ประกอบหนึ่งซึ่งมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตัวผลงานศิลปะ และชื่อเสียงของศิลปินคือสิ่งที่เรียกว่า โพรเวอแนนซ์  (Provenance) หรือ ประวัติความเป็นมาของผลงานศิลปะชิ้นนั้นๆ ว่าเมื่อศิลปินสร้างสรรค์เสร็จแล้วเคยไปอยู่ในคอลเลคชันไหนมาบ้าง ซื้อขายเปลี่ยนมือไปโดยใคร ถูกเก็บรักษาไว้ดีมากน้อยแค่ไหน กว่าจะผ่านกาลเวลามาถึงทุกวันนี้ได้ 

ภาพชาวประมงชิ้นนี้ คือ ตัวอย่างของผลงานศิลปะที่มีโพรเวอแนนซ์สมบูรณ์ครบครัน โดยเมื่อถวัลย์สร้างสรรค์ผลงานแล้วเสร็จ ภาพดังกล่าวได้ถูกเปลี่ยนมือไปยังคอลเลคชันของ นักธุรกิจคนสำคัญ ผู้เคยเป็นทั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร สมาชิกวุฒิสภา นายกสมาคมพ่อค้าไทย ประธานสภาหอการค้า รวมถึงยังเป็นผู้ร่วมจัดหาทุนเพื่อก่อตั้ง หอศิลปพีระศรี 

ด้วยเนื้อหาที่ดูจะเข้ากันกับสถานที่เก็บรักษาเป็นอย่างดี ภาพวาดชาวประมงได้ถูกแขวนแสดงไว้ ณ บ้านริมทะเลศรีราชาของนักธุรกิจท่านนี้อยู่เป็นเวลานาน จนเมื่อเกือบ ๆ 30 ปีที่แล้ว ผลงานชาวประมงได้ถูกเปลี่ยนมืออีกครั้งโดยบริษัทประมูลศิลปะระดับโลก ผ่านการเสนอแบบส่วนตัวหรือ Private sales ไปยังนักสะสมศิลปะท่านสำคัญของวงการ ผู้มีบทบาทในการสนับสนุนกิจกรรมศิลปะเพื่อการกุศลอย่างสม่ำเสมอ 

หลังจากนั้นอีกหลายปี ครอบครัวนักสะสมศิลปะเจ้าของภาพวาดชาวประมงได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับ ถวัลย์ ดัชนี ที่ บ้านดำ ในเชียงราย ถึงได้ทราบว่าภาพวาดที่ตัดสินใจซื้อเพียงเพราะความสวยงามถูกใจชิ้นนี้ กลับมีความหมายสำคัญที่ซ่อนไว้ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับผลงานของถวัลย์ในยุคต่อ ๆ มาซึ่งมักอิงกับปรัชญาทางพุทธศาสนา หรือวรรณคดี

ภาพชาวประมงกำลังแบกปลา คือ เนื้อหาที่ถ่ายทอดออกมาอย่างเป็นตัวของตัวเองจากชีวิตจริงซึ่งถวัลย์กำลังเผชิญอยู่ ณ เวลานั้น ห้วงที่ต้องผละจากรั้วมหาวิทยาลัยศิลปากร ไปเผชิญกับชีวิตจริง ชีวิตในยุคที่การเป็นจิตรกรไม่สามารถยึดเป็นอาชีพเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้ ถวัลย์ ดัชนี ชายหนุ่มผู้ไม่มีเงินทอง ไม่มีชื่อเสียง มีแต่ความกล้าบ้าบิ่น มุมานะว่าจะต้องประสบความสำเร็จในอาชีพจิตรกรในระดับที่ไม่มีคนไทยคนใดไปถึงมาก่อนให้จงได้ จึงหมั่นฝึกฝนฝีมืออย่างหนัก มุ่งศึกษาวิทยาการทุกแขนงไม่เจาะจงเพียงเฉพาะด้านศิลปะ เปิดรับทั้งเรื่องโบราณ เรื่องสมัยใหม่ เรื่องของไทย เรื่องของโลก เก็บเล็กประสมน้อย ด้วยความหวังว่าวันหนึ่งความรู้ความสามารถจะเต็มล้นจนผู้คนต้องหันมาเห็น 

ไม่ต่างอะไรเลยกับชาวประมงสู้ชีวิตที่หมั่นหาปลาไม่ว่าฟ้าฝนจะเป็นใจหรือไม่ ออกเรือแต่ละคราล้วนคาดคะเนไม่ได้ว่าจะพบเจออะไร จะปลาซิว ปลาสร้อย ปลาหมึก หอย ก็ไม่เกี่ยง หากค่อยๆพยายามสรรหาเอามารวมไว้โดยไม่ย่อท้อ ในที่สุดถังก็จะเต็มได้ดังหวัง

บทความแนะนำ

อ่านบทความอื่น ๆ เกี่ยวกับ ถวัลย์ ดัชนี

About the Author

Share:
Tags: ถวัลย์ ดัชนี / thawan duchanee / THAI ARTISTS / ศิลป พีระศรี / Provenance / โพรเวอแนนซ์ / อนุรักษ์ / anurakmagazine / ศิลปะ /

เรื่องราวอีกมากมายที่คุณจะชอบ