ไม่ง่ายเลยสำหรับการเดินทางมายังบ้านห้วยห้อม แต่กลิ่นหอมๆ ของกาแฟก็ทำให้นักเดินทางยอมแพ้กับหนทางที่เรียกว่าวิบากสุดกำลังอย่างราบคาบ
มะลิวัลย์ นักรบไพรกำลังสาธิตการปั่นเส้นด้ายขนแกะ

“เมื่อก่อนเราทำไร่อย่างเดียว จนประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๐ มีมิชชันนารีกลุ่มหนึ่งเข้ามาเผยแผ่ศาสนาและสนับสนุนให้เราปลูกกาแฟ เลี้ยงแกะ เลี้ยงหมู เลี้ยงปลา ตอนแรกเอาแกะมาให้ชาวบ้านเลี้ยง ๕ ตัว จากนั้นก็ค่อยๆ เพิ่มจำนวนขึ้น ตอนที่ในหลวงรัชกสลที่ ๙ และพระราชินีเสด็จฯมาที่ห้วยห้อม เราก็ทอผ้าขนแกะถวาย หลังจากนั้นพระราชินีก็ทรงมีพระราชดำริส่งเสริมชาวบ้านผ่านกรมปศุสัตว์ ปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ก็มีการนำแกะจากออสเตรเลียมาให้ชาวบ้านเลี้ยง ทำให้เรามีขนแกะที่มีคุณภาพดีขึ้น” มะลิวัลย์บอกพร้อมนำผ้าทอขนแกะเนื้อนิ่มออกมาให้นักเดินทางชื่นชม ก่อนจะผละไปเทสบู่กาแฟลงบนแป้นพิมพ์อย่างช้าๆ
อากาศเย็นค่อยๆ คืบคลานเข้ามาพร้อมเวลาบ่ายคล้อยที่ล่วงเลย ริมระเบียงบ้านไม้หลังใหญ่ ใครบางคนมองตามต้นหมากที่เอนไหวอย่างสบายใจ
เขาหลับตาลงนิ่งๆ ก่อนจะทิ้งให้ภาพที่เห็นและความรู้สึกที่หัวใจสัมผัสได้หลับใหลอยู่ในความทรงจำที่งดงามตลอดไป




