
“บูทเศรษฐกิจฐานราก” ภายในงาน “OTOP Midyear 2026” ได้รับการตอบรับอย่างคึกคักจากประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยมียอดจำหน่ายรวมกว่า 2.9 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชนจากทั่วประเทศ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงตลาด สร้างรายได้ สร้างอาชีพ และยกระดับเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่ร่วมส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการชุมชน ทั้งด้านการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการตลาด เพื่อผลักดันสินค้า OTOP ไทย สู่ตลาดที่กว้างขึ้นอย่างยั่งยืน
นายไพโรจน์ โสภาพร รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า “OTOP Midyear 2026 มุ่งเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้ผู้ประกอบการ OTOP และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก โดยเพียง 3 วันแรกของการจัดงานสามารถสร้างยอดจำหน่ายได้กว่า 200 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพของผลิตภัณฑ์ชุมชนไทยอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังสามารถต่อยอดการขายผ่านช่องทางออนไลน์และการไลฟ์สตรีมได้ตลอดทั้งปี ทั้งนี้ ไทยเบฟร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชนดำเนินงานพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี ผ่านบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด หรือปัจจุบันคือ บริษัท รู้รักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาด และการท่องเที่ยวชุมชน สร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน”



นางสาวภฤชภา ศรีเหนี่ยง กรรมการผู้จัดการ บริษัท รู้รักสามัคคีพิจิตร วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด กล่าวว่า “ผลิตภัณฑ์เด่นของชุมชนคือข้าวหอมพิจิตร ที่พัฒนาจากข้าวหอมมะลิคุณภาพของจังหวัด มีทั้งขนาด 5 กิโลกรัม และบรรจุภัณฑ์ขนาด 100 กรัม สำหรับจัดชุดสังฆทานหรือมอบเป็นของที่ระลึก นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ชุมชนหลากหลายประเภท ทั้งสมุนไพรแปรรูป ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและความงาม รวมถึงสินค้าหัตถกรรมท้องถิ่น ตลอด 9 ปีที่ได้รับการสนับสนุนจากไทยเบฟ เราได้รับการพัฒนาด้านบรรจุภัณฑ์ การตลาด และช่องทางการจำหน่าย ทำให้สินค้าจากเดิมที่ขายเฉพาะในชุมชน สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขึ้นผ่านงานแสดงสินค้าและกิจกรรมต่าง ๆ ทั่วประเทศ ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้น สร้างรายได้กลับสู่ชุมชน และเกิดการจ้างงานในท้องถิ่นมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
นางพัชรินทร์ ชัยรัตน์ ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์พื้นเมืองบ้านดินทรายอ่อน จังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า “กลุ่มพัฒนาผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติจากใบฉนวน พืชท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชน ต่อยอดภูมิปัญญาการทอผ้าสู่ผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยที่ใช้งานได้จริง ตลอดกว่า 9 ปีที่ได้รับการสนับสนุนจากไทยเบฟ ทำให้สินค้าชุมชนเป็นที่รู้จักมากขึ้น พร้อมสร้างรายได้ให้ผู้สูงอายุและคนในชุมชน ขณะที่คนรุ่นใหม่เข้ามาช่วยพัฒนาด้านดีไซน์และการตลาดออนไลน์ ช่วยขยายฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง”


รอวียะ หะยียามา ผ้าบาติกเพ้นท์มือ ณ ตำบลจะบังติกอ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ชุมชนสารพัด สรรพศิลป์ วิสาหกิจเพื่อสังคม กล่าวว่า “นาราปัตตานีโดดเด่นด้วยการนำผ้าบาติกดั้งเดิมมาต่อยอดให้ร่วมสมัย คงอัตลักษณ์ท้องถิ่นควบคู่กับการพัฒนาลวดลายและผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่ผ่านมา เราได้รับรางวัล OTOP 5 ดาว และ OTOP กรุณาเลือก | Select พร้อมได้รับการสนับสนุนจากไทยเบฟและเครือข่ายประชารัฐมาอย่างต่อเนื่องเกือบ 10 ปี ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาด และการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ในอนาคต เราตั้งใจต่อยอดผ้าบาติกสู่ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย เพื่อขยายตลาดสู่คนรุ่นใหม่และผลักดันภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยสู่ระดับสากลอย่างยั่งยืน”
ความสำเร็จของ “บูทเศรษฐกิจฐานราก” ในงาน “OTOP Midyear 2026” ตอกย้ำพลังความร่วมมือในการยกระดับสินค้า OTOP และขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง



