เรื่อง: สริตา อุรุพงศา ภาพ: อาทิตย์ ลิ้มพงษ์

“เสียมราฐ” ถิ่นนครโบราณ ณ ทางปลายแห่งมรดกทางวัฒนธรรมแห่งสำคัญของเอเชีย ที่ซึ่งแม้เวลาจะผันผ่านไปสักกี่ทศวรรษ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ความเชื่อ และประเพณีดั้งเดิมยังคงฝังรากลึกอยู่ในวิถีชีวิตในแต่ละวันของชาวเมือง
ภาพชาวบ้านที่พากันแวะเวียนมาทำบุญและกราบไหว้พระพุทธรูปที่วัดสำคัญของจังหวัดอย่าง วัด Preah Ang Chek Preah Ang Chom และการแสดงนาฏศิลป์และทัศนศิลป์อันเนิบช้า ยังคงมีให้พบเห็น ณ กลางใจเมืองเสียมราฐ และห่างจากตัวเมืองไปเพียง 20 นาที เราก็สามารถเยี่ยมชมมนตร์ขลังแห่งอาณาจักรขอมโบราณที่ไม่เคยจางหายของเทวสถานตัวแทนสถาปัตยกรรมเขมรสมัยคลาสสิกรุ่งเรือง “นครวัด” ศาสนสถานโบราณสำคัญที่แม้ปัจจุบันกำลังดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์ในบางส่วน แต่ก็ยังเปิดให้คุณเดินลัดเลาะชมความงามอันน่าอัศจรรย์ของงานแกะสลักนางอัปสร และความวิจิตรของกำแพงชั้นนอกรอบปราสาท บนพื้นที่กว่า 200,000 ตารางเมตรได้ตามปกติ เหล่านี้คือภาพของอารยธรรมที่บอกเล่ารากเหง้าประวัติศาสตร์ของเมืองเสียมราฐได้เป็นอย่างดี


ชมร่องรอยแห่งอารยธรรมอันงดงาม ผ่านงานฝีมือ
เดินทางย้อนกลับไปผ่านห้วงเวลา ณ ศูนย์การเรียนรู้ที่บอกเล่าตำนานของชาวกัมพูชา ทั้งด้านประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมในคราบของภูมิปัญญาพื้นบ้านที่เป็นดั่งรากเหง้าของชาวพื้นเมืองโบราณที่ Artisans Angkor Cambodian Fine Arts & Crafts
ย้อนกลับไปในช่วงปี ค.ศ. 1992 ประเทศกัมพูชาประสบปัญหากับการฟื้นฟูเศรษฐกิจขึ้นมาใหม่หลังจากสงคราม ทำให้คนเขมรรุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะชาวชนบทขาดโอกาสในการเข้าถึงงาน ทั้งอัตราคนตกงานยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กระทรวงการศึกษาของกัมพูชาจึงออกมาเคลื่อนไหวโดยก่อตั้งโปรแกรมการเรียนรู้เพื่อสืบสานและต่อยอดวัฒนธรรมและประเพณีตามแบบฉบับชาวเขมร โดยใช้ชื่อว่า โรงเรียน Chantiers-Ecoles de Formation Professionnelle (CEFP)

จากโรงเรียน ตามมาด้วยศูนย์งานหัตถกรรมพื้นเมือง Artisans Angkor ที่นอกจากจะก่อตั้งขึ้นเพื่อที่จะคงไว้ซึ่งมรดกพื้นบ้านแบบเขมรให้เยาวชนรุ่นหลังได้สืบสานต่อไป ก็ยังมีอีกจุดประสงค์หลักที่รัฐบาลตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อเป็นรากฐานสู่อนาคตให้ชาวเขมรรุ่นใหม่ กับทัศนศิลป์ประจำศูนย์ศิลป์ที่ว่า Caring for the Past, Crafting for the Future หรือ ทำนุบำรุงศาสตร์งานศิลป์โบราณ สืบสานงานฝีมือเพื่ออนาคต
“เมื่อก้าวเท้าเข้าไปในศูนย์อาร์ติซาน อังกอร์ จะมีผู้นำทางหรือไกด์ประจำศูนย์พาคุณเยี่ยมชมและให้ความรู้แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย ทำความรู้จักวัฒนธรรมของคนเขมรตั้งแต่สมัยโบราณจนจนปัจจุบัน”

อาร์ติซาน อังกอร์ จึงนับเป็นการสร้างธุรกิจรูปแบบใหม่เพื่อสังคม เพื่อต่อยอดหลังจากช่วยเหลือหนุ่มสาวผู้ยากไร้ในชนบทให้เข้ามาเล่าเรียนในโรงเรียนแล้ว ก็มีงานรับรองให้ที่ศูนย์งานศิลป์และงานฝีมือแห่งนี้นั่นเอง ทั้งยังว่าจ้างด้วยเงินเดือนที่สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ พร้อมด้วยสวัสดิการสังคมพื้นฐานและสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ปัจจุบัน ณ ศูนย์ศิลปชีพแห่งนี้ มีช่างฝีมือ 1,300 คน ผ่านการฝึกฝนงานช่างและงานฝีมือหลากหลายแขนงจนสำเร็จการศึกษาหลักสูตรช่างผู้ชำนาญการจากโรงเรียนแห่งนี้ เพื่อบรรจุเป็นพนักงานประจำของอาร์ติซาน อังกอร์


Artisans Angkor Boutique งานหัตถกรรมโบราณในดีไซน์ร่วมสมัย
ณ ร้าน Artisans Angkor Boutique พบหลากหลายผลิตภัณฑ์หัตถกรรมในรูปลักษณ์ที่ทันสมัย ผลงานจากทีมออกแบบและช่างฝีมือกว่า 1,300 คน ผู้มุ่งมั่นที่จะประยุกต์เอาศาสตร์และศิลป์แบบเขมรดั้งเดิมผนวกเข้ากับการออกแบบในสไตล์ร่วมสมัยลงไปในชิ้นงาน เพื่อให้ใช้งานง่ายและถูกใจคนรุ่นปัจจุบัน
ปัจจุบัน ณ ศูนย์ศิลปชีพแห่งนี้มีช่างฝีมือ 1,300 คน ผ่านการฝึกฝนงานช่างและงานฝีมือหลากหลายแขนงจนสำเร็จการศึกษาหลักสูตรช่างผู้ชำนาญการจากโรงเรียนแห่งนี้ เพื่อบรรจุเป็นพนักงานประจำของอาร์ติซาน อังกอร์
พิถีพิถัน เพื่อคงความเป็นธรรมชาติของวัตถุดิบไว้ให้ได้มากที่สุด จนกระทั่งขั้นตอนสุดท้าย กับขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพงานอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงและเต็มไปด้วยจิตวิญญาณของภูมิปัญญาโบราณที่คงไว้อย่างครบถ้วน จากนั้นผลงานหัตถกรรมของฝีมือช่างรุ่นใหม่เหล่านี้ก็จะถูกแยกไปจัดจำหน่ายภายใต้ชื่อ Artisans Angkor ที่มีร้านค้าอยู่กว่า 7 ร้านทั่วเสียมราฐ และที่ท่าอากาศยานนานาชาติพนมเปญ
ณ ศูนย์อนุรักษ์อาร์ติซาน อังกอร์ ที่อยู่ใกล้กับตลาดเก่าแห่งนี้ คุณจะได้สัมผัสขั้นตอนการนำเอาศิลปวัฒนธรรมของชาวเขมรดั้งเดิมโบราณมาผ่านการรังสรรค์ จนกลายเป็นงานศิลป์ที่เต็มไปด้วยลวดลายอันประณีตและทรงคุณค่า ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่นแฝงมาในรูปแบบงานฝีมือที่โดดเด่นและบ่งบอกถึงอัตลักษณ์ของชาวกัมพูชา อาทิ

งานเพนท์มือบนผ้าไหม: ที่เพนท์ด้วยสีจากธรรมชาติ โดยการนำสีของผลไม้และพันธุ์พืชที่หาได้ทั่วไป อย่างมะละกอ มะพร้าว มังคุด ต้นมะฮอกกานี ผักบุ้ง และดอกกล้วยไม้ มาแต่งแต้มสีสันในงานทอ งานผ้าทอมือของที่นี่มีคุณภาพสูงเพราะความละเอียดประณีตในเนื้องาน แค่เพียงผ้าพันคอหนึ่งผืนก็ใช้รังไหมถึงกว่า 1,000 รัง อีกทั้งยังใช้เวลานานกว่าครึ่งเดือนในการทอ และมักมีลวดลายที่บ่งบอกถึงความรุ่งเรืองของอาณาจักรเขมรโบราณ
งานเครื่องเขิน: เทคนิคงานไม้ที่ทาด้วยน้ำมันเคลือบเงา หนึ่งในงานหัตถกรรมซึ่งเป็นที่แพร่หลายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ต้องใช้ความชำนาญการของช่างชั้นสูง เครื่องเขินของที่นี่ผลิตออกมาหลากหลายรูปแบบ ทั้งเป็นของใช้ในบ้าน ของตกแต่ง และของที่ระลึก นอกจากนี้ยังมีงานไม้และทองลงสีแกะสลักลวดลายไว้อย่างงดงาม และสารพัดของใช้ในบ้านที่ส่วนผลิตขึ้นอย่างพิถีพิถัน ทั้งยังพัฒนาและรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ไว้ได้อย่างต่อเนื่อง

งานปั้นจากหินทราย: เทคนิคและรายละเอียดการปั้นและแกะสลักหินทรายนั้น ถือเป็นความภาคภูมิใจและเอกลักษณ์สำคัญของงานหัตถกรรมของชาวเขมรที่ชาติใดก็ลอกเลียนแบบไม่ได้ โดยงานปั้นส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องหมายแสดงความเชื่อทางศาสนา พุทธและฮินดู

หากเสร็จสิ้นจากการเยี่ยมชมศูนย์แล้วยังพอมีเวลาเหลืออีกสักหน่อย ไปลองฝึกทำงานหัตถกรรมตามแบบช่างฝีมือดูสักวันกับ Craft Workshop เวิร์กชอปสอนงานหัตถกรรมหลากหลายแขนงโดยช่างผู้ชำนาญการประจำศูนย์ ที่นอกจากจะสอนขั้นตอนวิธีการผลิตกันแบบตัวต่อตัวแล้ว ยังให้คุณได้เรียนรู้การออกแบบที่ผนวกรวมเอาศาสตร์โบราณพื้นบ้าน ให้เข้ากับงานดีไซน์แบบร่วมสมัยได้อย่างลงตัว



