Wednesday, June 17, 2026
ภูมิปัญญาไทย ชื่นชมอดีต บทความแนะนำ

กินดอง

ดาวเพดาน ดาวพิดาน ดาวผีดาน

          ฤกษ์ดาวเพดานที่ว่าที่แม่ยายของอ้ายคนใหญ่กล่าวถึงนั้นมาจากนิทานปรัมปราของชาวอีสานที่เล่าว่า “มีแม่หม้ายชื่อว่า ‘แม่ฤกษ์งามยามดี’ นางมีลูกฝาแฝด ๔ คน ที่หน้าตาไม่เหมือนกันเลย

          คนโต ชื่อ พิดาน เป็นหนุ่มรูปงาม

          คนที่ ๒ ชื่อ ราหู หน้าตาเหมือนยักษ์เหมือนมาร

          คนที่ ๓ ชื่อ ผีหลวง หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวมาก

          คนที่ ๔ ชื่อ หลาวเหล็ก หน้าตาเหมือนคนธรรมดาทั่วไป

เพื่อนเจ้าบ่าว และเพื่อนเจ้าสาว จะเรียกว่า “เพื่อนแก้ว” โดยจัดให้เพื่อนเจ้าบ่าวนั่งฝั่งขวาและเพื่อนเจ้าสาวนั่งฝั่งซ้าย

          เมื่อเจริญวัยขึ้นพิดานได้ไปทำมาค้าขายทางไกลให้น้องๆ ดูแลแม่ เมื่อค้าขายประสบความสำเร็จจึงกลับถิ่นฐานบ้านเกิด ระหว่างทางได้พบรักกับหญิงสาวสวย จึงรีบกลับบ้านให้แม่ไปสู่ขอสาว แต่แม่เกิดกังวลว่าถ้ามีคนเห็นรูปโฉมของราหูและผีหลวงจะตื่นกลัวกัน หลาวเหล็กจึงออกแบบชุดหมวกอีโม้งครอบศีรษะให้พี่ทั้ง ๒

          แล้วก็เกิดเหตุขึ้นจนได้เมื่อคนในงานแต่งงานเห็นรูปโฉมของราหูและผีหลวงก็ตื่นกลัว แม่เจ้าสาวก็กังวลว่ารูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวนี้จะถ่ายทอดทางดีเอ็นเอไปสู่หลาน จึงยกเลิกงานแต่งงาน ทำให้ ๔ พี่น้องฝาแฝดคุมแค้นมาก ตั้งใจจะทำให้คู่บ่าว-สาวทุกคู่มีอันเป็นไป

          นางฤกษ์งามยามดีรู้สึกไม่สบายใจในจิตอาฆาตพยาบาทของลูก ระหว่างทางกลับบ้านจึงพาไปกราบพระฤาษี เมื่อผู้ทรงศีลทรงถึงความพยาบาทก็เล็งเห็นว่าต้องมีคนเดือดร้อนแน่ๆ จึงหาทางแก้ไข โดยออกอุบายว่า

          “เมื่อพิดานเสียชีวิตไปแล้วให้ไปเกิดเป็นดาวพิดาน ๔ ดวง หากเจ้าของงานหันหน้าสู่ดาวพิดาน เขาจะมีอันเป็นไปเองโดยที่ไม่ต้องทำอะไรเขา” พิดานก็รับคำ

          โดยทิศที่เป็นดาวพิดาน (อัปมงคล) จะแบ่งออกเป็น ๔ ทิศ เคลื่อนตามเข็มนาฬิกาคราวละ ๓ เดือน (ทางจันทรคติ) จำเป็นบทคล้องจองดังนี้

          “เจียงยี่สาม ดาวพิดานอยู่ตะวันตก   เดือนสี่ห้าหกตกไปอุดร

เดือนเจ็ดแปดเก้ายับเข้าบูรพา        เดือนสิบ สิบเอ็ด สิบสิง ดาวพิดานเมืองอยู่ทางใต้”

          สำหรับน้องๆ อีก ๓ คน ของพิดาน พระฤาษีก็กล่าวเช่นเดียวว่าหากเจ้าของงานหันหน้าไปทางทิศที่ราหู ผีหลวง และหลาวเหล็ก เฝ้ารักษาอยู่ ก็จะมีอันเป็นไปเองโดยไม่ต้องทำอะไรเขา ซึ่งทั้งหมดได้รับปากว่า “สาธุ”

โดยราหู พระฤาษีให้รักษาพื้นดิน

          วันอาทิตย์                  ให้ราหูอยู่ทิศพายัพ

          วันจันทร์          ให้ราหูอยู่ทิศบูรพา

          วันอังคาร                   ให้ราหูอยู่ทิศหรดี

          วันพุธ                       ให้ราหูอยู่ทิศทักษิณ

          วันพฤหัสบดี                ให้ราหูอยู่ทิศอุดร

          วันศุกร์            ให้ราหูอยู่ทิศปัจฉิม

          วันเสาร์           ให้ราหูอยู่ทิศอาคเนย์

สำหรับผีหลวง พระฤาษีท่านให้รักษาภาคพื้นดินตามวันต่างๆ ดังนี้

          วันอาทิตย์                  ให้ผีหลวงอยู่ทิศพายัพ

          วันจันทร์          ให้ผีหลวงอยู่ทิศบูรพา

          วันอังคาร                   ให้ผีหลวงอยู่ทิศอีสาน

          วันพุธ                       ให้ผีหลวงอยู่ทิศอุดร

          วันพฤหัสบดี      ให้ผีหลวงอยู่ทิศทักษิณ

          วันศุกร์            ให้ผีหลวงอยู่ทิศอาคเนย์

          วันเสาร์           ให้ผีหลวงอยู่ทิศหรดี

และน้องสุดท้องหลาวเหล็กพระฤาษีท่านให้รักษาภาคพื้นดินเช่นกัน โดย

          วันอาทิตย์                  ให้หลาวเหล็กอยู่ทิศตะวันตก

          วันจันทร์          ให้หลาวเหล็กอยู่ทิศตะวันออก

          วันอังคาร                   ให้หลาวเหล็กอยู่ทางทิศเหนือ

          วันพุธ                       ให้หลาวเหล็กอยู่ทางทิศเหนือ

          วันพฤหัสบดี                ให้หลาวเหล็กอยู่ทางทิศใต้

          วันศุกร์            ให้หลาวเหล็กอยู่ทางทิศตะวันตก

          วันเสาร์           ให้หลาวเหล็กอยู่ทางทิศตะวันออก

          ส่วนผู้เป็นแม่ พระฤาษีได้ให้พรว่า หากผู้ใดจะจัดงานพิธีแล้ววไปหา “แม่ฤกษ์งามยามดี” จะทำให้มีแต่ความเจริญเป็นมงคลค้ำคูณรุ่งเรืองตลออดไป

นำขบวนแห่ขันหมากมาที่บ้านเจ้าสาวจะต้องเป็นผู้อาวุโสในครอบครัวของฝ่ายเจ้าบ่าว เรียกว่า “เจ้าโคตร” ขบวนแห่ขันหมากประกอบด้วย พาขวัญ (พานบายศรี) ถัดมาเป็นขันเหล้า ขันหมากพลู และญาติเจ้าบ่าว

About the Author

Share:

เรื่องราวอีกมากมายที่คุณจะชอบ