
“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า…ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำพระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า”
ด้วยทรงมีพระราชดำริว่า “…ป่าไม้จะอยู่ได้ถ้าคนได้รู้คุณค่า และการที่คนจะรู้คุณค่า ก็ต้องให้ทุกคนช่วยกันดูแลรักษาป่า…”
จึงได้พระราชทานโครงการของพระองค์ว่า “ป่ารักน้ำ” ตามพระราชดำริ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อ
๑. ฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรมบริเวณต้นน้ำลำธาร
๒. อนุรักษ์ป่าผืนเดิม และปลูกเสริมในพื้นที่ธรรมชาติ
๓. ปลูกฝังให้ราษฎรเกิดความรักและหวงแหนทรัพยากรป่า
๔. ให้ราษฎรในท้องถิ่นมีไม้ใช้สอยในอนาคต
โครงการ ป่ารักน้ำ เริ่มขึ้น เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ (๑๙๘๒) ที่บ้านถ้ำติ้ว อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นป่าเสื่อมโทรม และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโครงการป่ารักน้ำได้แผ่ขยายออกไปในทุกภูมิภาคของประเทศโดยได้รับผลสำเร็จอย่างกว้างขวาง
ทั้งได้พระราชทานพระราชเสาวนีย์ในเรื่องนี้เป็นที่จับใจอาณาประชาราษฎรอย่างยิ่ง ความตอนหนึ่งว่า
“…ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะให้คนไทยเราภาคภูมิใจในความงดงามของธรรมชาติและความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินขอให้เราร่วมมือร่วมใจกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่เป็นสมบัติของบ้านเมืองเราตลอดไป”

“…ข้าพเจ้าหวังว่าท่านจะเห็นพ้องกับข้าพเจ้า ในความห่วงใยและจุดประสงค์ที่จะปกป้องแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ อันเป็นมรดกที่เราได้รับมาจากบรรพบุรุษรุ่นก่อนๆ ปกป้องไว้ไม่ใช่เพื่อตัวเราเท่านั้นแต่เพื่อลูกหลานของเราและลูกหลานของเขาต่อๆ ไป…”

พระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๒๖
น้ำพระทัยของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถนั้นกว้างดั่งมหาสมุทร มิได้ทรงย่อท้อต่อความยากลำบาก ความเหน็ดเหนื่อยพระวรกายใดๆ พระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ทรงปฏิบัตินั้นล้วนแต่เพื่อความอยู่ดีกินดีของเหล่าอาณาประชาราษฎร์และเพื่อความร่มเย็นเป็นสุขในผืนแผ่นดินไทย เราจะหาน้ำพระทัยที่เป็นคุณ เป็นกุศลเช่นนี้ได้ที่ไหนอีก ขอจงทรงพระเจริญ
*หมายเหตุ พระปรมาภิไธยและพระนามาภิไธยเดิม เนื่องจากบทความนี้เขียนในปี 2560



