
ฉะนั้นพระยามหาเทพก็คงจะปล่อยให้หากินกันเอง อย่างดีก็จะมีกินแบบระเด่นลันไดคือ “เสวยข้าวตังกับหนังปลา” ก็เป็นได้
ถึงแม้ว่าอาหารการกินจะฝืดเคืองถึงปานนั้น พวกทาสก็ยังพอใจเพราะดีกว่าไม่มีอะไรจะกิน ไม่มีที่จะซุกหัวนอน ส่วนเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มนั้นก็คงเป็นผ้าพื้นธรรมดา ผู้ชายก็ไม่จำเป็นต้องใส่เสื้อ มีผ้าขาวม้าผืนหนึ่งก็พอแล้ว ผู้หญิงก็ใช้ผ้าแถบหรือเสื้อเลวๆ ใส่พอกันอุจาด
ครั้นถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เสวยราชสมบัติปีมะโรง พ.ศ. 2411 มีพระราชดำริว่า การมีทาสเป็นเครื่องถ่วงความเจริญของประเทศ ควรจะปลดปล่อยทาสให้หมดไป แต่การปลดปล่อยทาสเป็นเรื่องยาก เพราะนายเงินต้องอาศัยทาสช่วยทำกิจการต่างๆ ทั้งในบ้านเรือนและการทำไร่ไถนา และพวกทาสก็ต้องอาศัยนายเงินดังกล่าว จะเลิกทันทีทันใดย่อมเดือดร้อนทั้งสองฝ่าย จำจะต้องผ่อนปรนไปทีละน้อย ด้วยเหตุนี้ ในปีที่เสวยราชสมบัติคือ พ.ศ. 2411 จึงทรงกำหนดว่าลูกทาสที่เกิดในรัชกาลของพระองค์ (พ.ศ. 2411) เป็นพวกแรกที่จะได้สิทธิ์ตามพระราชบัญญัติพิกัดเกษียณอายุลูกทาสลูกไทย คือเมื่ออายุครบ 8 ปี ให้ถือว่าค่าตัวเต็มปี ต่อนั้นไปให้ลดค่าตัวลงทุกปี จนอายุครบ 21 ปี ให้ถือว่าหมดเกษียณอายุทาส ให้เป็นไทแก่ตัว ลูกทาสรุ่นแรกจึงพ้นจากการเป็นทาสใน พ.ศ. 2432 อายุครบ 21 ปี ได้บวชเรียนพอดี และผู้ที่เกิดในปีถัดมาก็จะพ้นจากความเป็นทาสใน พ.ศ. 2433 ทยอยไปตามลำดับ ด้วยวิธีนี้ลูกทาสก็มีโอกาสพ้นจากความเป็นทาสเร็วขึ้น ไม่ต้องเป็นทาสจนตลอดชีวิตเหมือนอย่างแต่ก่อน
บางท่านคงไม่เคยทราบพระราชดำริที่ชัดเจนว่าเป็นอย่างไร จึงขอคัดพระราชปรารภในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวว่าด้วยเรื่องทาสและเกษียณอายุ เมื่อวันพุธที่ 12 กรกฎาคม 2417 ซึ่งมีความพิสดารน่าอ่านดังต่อไปนี้
ถึงแม้ว่าอาหารการกินจะฝืดเคืองถึงปานนั้น พวกทาสก็ยังพอใจเพราะดีกว่าไม่มีอะไรจะกิน ไม่มีที่จะซุกหัวนอน ส่วนเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มนั้นก็คงเป็นผ้าพื้นธรรมดา ผู้ชายก็ไม่จำเป็นต้องใส่เสื้อ มีผ้าขาวม้าผืนหนึ่งก็พอแล้ว ผู้หญิงก็ใช้ผ้าแถบหรือเสื้อเลวๆ ใส่พอกันอุจาด
“ข้าพเจ้ามีความปรารถนาว่า การสิ่งไรซึ่งเป็นการเจริญมีคุณแก่ราษฎรควรจะเป็นไปให้ทีละเล็กทีละน้อยตามกาลตามเวลา การสิ่งไรซึ่งเป็นขนบธรรมเนียมบ้านเมืองมาแต่โบราณ แต่ไม่สู้เป็นยุติธรรมก็อยากจะเลิกถอนเสีย แต่จะจู่โจมโหมหกั เอาทีเดียวนั้นไม่ได้ จะต้องคอยตัดรอนไปได้ทีละเล็กละน้อย เรียบร้อยไปตามเวลาตามกาล บัดนี้ได้คิดเห็นว่าลูกทาสคิดอายุตั้งแต่ 21 ปี ถึง 30 ปี จึงให้ลดน้อยถอยค่าตัวลงทุกทีจนอายุถึง 100 ปี ยังมีค่าตัว ชายตำลึง 1 หญิง 3 บาท ยังหาขาดค่าตัวไม่ ของเดิมมีอยู่ดังนี้



