ซากุระผลิบานคือพลังสดใสของวัยทำงาน
“ขวัญกำลังใจ” เป็นแรงขับเคลื่อนการทำงาน คนงานที่สวมชุดเครื่องแบบเดียวกันเมื่อรวมทำให้เกิดความรู้สึกมีพลัง เสื้อผ้าปักตราประจำตระกูลที่เจ้านายมอบให้ลูกจ้างเมื่อสวมแล้วจะรู้สึกฮึกเหิมเป็นพิเศษ คล้ายกับว่าครอบครัวของนายจ้างจะเป็นพลังค้ำจุนที่เบื้องหลัง เกิดเป็นแรงจูงใจให้สู้งาน
ชุดทำงานที่ปักตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลนี้เรียกว่า “โอชิคิเซะ” ประกอบไปด้วยลวดลายอักษรคันจิ ที่เป็นนัยความหมายถึง “ความรู้สึกขอบคุณที่ได้รับของขวัญตลอดทั้ง ๔ ฤดู”

ชุดฮันเทนสำหรับพนักงานร้านค้ามักทอจากผ้าฝ้ายย้อมสีน้ำเข้ม (ด้านในสุด) ช่วงต้นศตวรรษที่ ๒๐ อยู่ในยุคเมจิ-ไทโช; (กลาง) ช่วงต้นศตวรรษที่ ๒๐ ในยุคไทโช-โชวะ; (ด้านหน้า) ต้นศตวรรษที่ ๒๐ ในยุคไทโช-โชวะ
ในบรรดาชุดทำงานของชาวบ้านในสมัยเอโดะ ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบของ “ฮาโอริ” และ “ฮันเทน” มักจะพบลูกจ้างสวมเครื่องแบบเช่นนี้ในร้านค้าต่างๆ หรือที่พักของตระกูลซามูไร
ทั้งฮาโอริ และ ฮันเทน มีรูปร่างคล้ายกัน คือ เป็นเสื้อคลุมตัวสั้นที่สวมทับกิโมโน ฮาโอริ สวมโดยการพับปกเสื้อออกมาด้านนอก ส่วนฮันเทน สวมโดยไม่ต้องพับปก
“บทบาทของตราสัญลักษณ์และชื่อทางการค้า”
ตราประจำตระกูลของญี่ปุ่นถูกสร้างขึ้นในยุคศักดินา เพื่อสร้างความลื่นไหลในความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล โดยแจ้งให้ทราบว่าเป็นคนของตระกูลใด ในขณะเดียวกันก็ใช้เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวตระหนักถึงความเกี่ยวพันทางสายเลือดมากขึ้น

เสื้อคลุมหนังบุผ้าสองชั้นของนักผจญเพลิง กลับด้านในที่มีลายตัวละครออกมาโชว์
“เสื้อคลุมนักผจญเพลิง”
อาชีพนักผจญเป็นอาชีพที่มีความเสียสละสูงเพราะเป็นงานที่เสี่ยงอันตรายมาก นักผจญเพลิงในสมัยเอโดยจะสวม “ฮิเคชิฮันเทน” เป็นชุดคลุมที่บุผ้าสองชั้นแบบหนา ประกอบด้วยเสื้อด้านนอก และเสื้อด้านในที่เย็บปิดเข้าด้วยกัน
เสื้อคลุมด้านนอกเป็นลายคล้ายอิฐซึ่งแสดงถึงหน่วยที่สังกัดอยู่ ส่วนเสื้อด้านในจะตกแต่งด้วยลวดลายที่สวยงาม ขณะที่ทำงานนักผจญเพลิงจะซ่อนด้านที่สวยงามไว้ด้านใน และหลังจากพวกเขาปฏิบัติงานสำเร็จ ระหว่างเดินกลับบ้านจะกลับเอาด้านที่สวยงามออกมาอวดด้วยความภูมิใจ
“เสื้อคลุมแห่งการเฉลิมฉลองของชาวประมง”
ในหมู่บ้านชาวประมงตั้งแต่แถบคันโตถึงโทโฮคุมีธรรมเนียมว่า ในวันปีใหม่เหล่าชาวประมงจะสวมเสื้อคลุม “มัยวัย” ทับกิโมโนแล้วเข้าไปทักทายเจ้าของเรือและเจ้าของอวน
คำว่า “มัยวัย” มาจากคำว่า “มังโนะ อิมัย” เดิมธรรมเนียมสวมเสื้อคลุมมัยวัยไปคาระวะเจ้าของเรือและเจ้าของอวนนั้น มาจากการที่เฉลิมฉลองที่ชาวประมงจับปลาได้ถึงหนึ่งหมื่นตัว เจ้าของกิจการจึงได้มอบเสื้อคลุมนี้ให้เป็นของขวัญเพื่อกระชับสัมพันธไมตรี

มัยวัย (เสื้อคลุมสำหรับเฉลิมฉลองของชาวประมง) ตัดเย็บจากผ้าฝ้ายสีคราม ลายคลื่น ปลาโอแถบ นกหัวโต และพัด อายุต้นศตวรรษที่ ๒๐ ยุคโชวะ

ชุดยูกาตะของนักแสดงคาบูกิ (ซ้าย) ของบันโดะ ฮิโกะสะบุโระ ลายตารางฮิโกะสะบุโร อายุช่วงศตวรรษที่ ๒๑ ยุคเรวะ; (ขวา) ของนากามูระ ชิคัง ลายตารางชิคัง อายุศตวรรษที่ ๒๑ ยุค เรวะ
“ของที่ระลึกจากงานคาบูกิแฟนมีท” (Fan Meeting)
ที่จริงการจัดงานมีท แอนด์ กรีท (Meet and Greet) และแจกของที่ระลึกให้แฟนคลับน่ะ ประเทศญี่ปุ่นมีมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว โดยนักแสดงคาบูกิมักมอบ “ยูกาตะ” และ “เทนุกุย” (ผ้าเช็ดมือทำจากฝ้าย) เป็นของขวัญแก่แฟนคลับ และผู้สนับสนุนของเขา เพื่อประคับประคองความสัมพันธ์ที่ดี
บางครั้งนักแสดงคาบูกิจะใส่ลวดลายเอกลักษณ์ประจำตัวของตนลงบนชุดแสดง และมักจะมอบยูกาตะ หรือ เทนุกุย ที่ประดับด้วยลวดลายเอกลักษณ์เดียวกันนั้นแก่ผู้สนับสนุนในการทักทายตามฤดูกาล หรือการแสดงความขอบคุณที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด
“ลวดลายชิคังจิมะ”
ชิคังจิมะ เป็นลวดลายที่ “นาคามูระ อุทาเอม่อน” รุ่นที่ ๓ นักแสดงคาบูกิในสมัยบุกะ และ บุนเซ ใช้ประดับชุดเมื่อครั้งแสดงเป็นตัวละครชื่อ “ฮานาเระโกมะ โซคิชิ” ในละครคาบูกิ เรื่อง “ฟุตะซึ โซโช คุรุวะ นิกกิ” (บันทึกผีเสื้อสองตัวในย่านเริงรมย์) ซึ่งแสดงในเดือนมิถุนายน พุทธศักราช ๒๓๕๗
ลวดลายชิชิคังจิมะประกอบด้วย เส้นตรง ๔ เส้น (ชิ) สลับกับ เส้นห่วงโซ่ (คัน) และตั้งชื่อตามชื่อเดิมของนักแสดงคาบุกิว่า “ชิคัง”
“ลายคิคุโกะโคชิ”
คิคุโกะโคชิ เป็นลายตารางที่ได้รับความนิยมหลังจากนักแสดงคาบูกิ “โอโนเอะ คิคุโกโระ” ที่ ๓ นำลายนี้มาใช้ เป็นการสร้างสรรค์ขึ้นโดยนำตัวอักษร “คิ” และ “โระ” มาวางอยู่ในช่องตาราง



