Tuesday, October 20, 2026
ศิลปะ เที่ยวไปรักษ์ไป ชื่นชมอดีต บทความแนะนำ

“นัย” ผืนผ้าแห่งแดนอาทิตย์อุทัย

โอะอิโระนาโอชิ (ชุดสำหรับเจ้าสาวเปลี่ยนในงานแต่งงาน)

ดั่งดอกไม้แรกตูมแห่งวัยเยาว์

          ผ้าห่อตัว
          ชุดไปศาลเจ้า
          เสะมาโมริ ตุ๊กตากันผีเพื่อนรัก
          แขนเสื้อที่แกว่งไปมา
          ป้ายเด็กหลงทาง
          การเฉลิมฉลองที่เด็กชายเกิดมา

ซากุระผลิบานคือพลังสดใสของวัยทำงาน

          บทบาทของตราสัญลักษณ์และชื่อทางการค้า
เสื้อคลุมนักผจญเพลิง
          เสื้อคลุมแห่งการเฉลิมฉลองของชาวประมง
          ของที่ระลึกจากงานคาบูกิแฟนมีท
          ลวดลายชิคังจิมะ
          ลวดลายคิคุโกะชิ

ดั่งไม้ผลิใบดั่งใจผลิบาน

          งามบริสุทธิ์ดุจหิมะแรกโปรย
          ชุดสำหรับเปลี่ยนในงานแต่งงาน
          ลวดลายแห่งความปรารถนาดี

ผ้ากันเปื้อนไหมเครปย้อมสีลายดอกเบญจมาศและผีเสื้อ และ หมวกไหมเครปย้อมสีลายพืชพรรณและดอกไม้ อายุช่วงปลายศตวรรษที่ ๑๙ กลางยุคเมจิv

เสื้อกั๊กสำหรับเด็ก ทอจากผ้าฝ้ายสีน้ำตาลแดง ลายซากุระและพัดสน อายุปลายศตวรรษที่ ๑๙ กลางยุคเมจิ

ฮิโตะสึมิ (ชุดของเด็ก) ผ้าไหมสีฟ้าอ่อนลายดอกเบญจมาศและตราประจำตระกูล อายุช่วงกลางยุคเมจิ ประมาณศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด ๘๗ x ๓๗.๘ เซนติเมตร

นัยห่อของขวัญ

          ฟุกุสะและฟุโรชิกิ
          หน้าที่ของคาเคะฟุกุสะ
          ลายทาจิบานะ

          ประเทศไทยเรามีวัฒนธรรมการมอบของขวัญ ของฝาก ของกราบ ของรับไหว้ ที่ไม่เพียงเป็นการส่งความปรารถนาดีผ่านสิ่งของเท่านั้น แต่ยังเป็นมารยาทในการแสดงความเคารพและขอบคุณ

          ชาวแดนอาทิตย์อุทัยก็มีวัฒนธรรมเกี่ยวกับ “การให้” และ “การตอบแทน” เช่นกัน  ในบรรดาสิ่งของที่ส่งมอบแก่กันนั้น “ผ้า” เป็นสิ่งหนึ่งใช้เป็นสื่อ โดยทั้ง ๒ ฝ่าย ล้วนพิถีพิถันในการวัตถุดิบและลายประดับเป็นอย่างยิ่ง

          กล่าวถึงธรรมเนียมการมอบสิ่งของนั้น หากแบ่งตามช่วงวัย อาจทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น

ดั่งดอกไม้แรกตูมแห่งวัยเยาว์

ผ้าอาบน้ำสำหรับเด็กแรกเกิด เป็นผ้าฝ้ายย้อมสีน้ำเงินเข้ม เขียนลายสนอ่อน ต้นไผ่ ดอกบ๊วย นกกระเรียน เรือใบ และเต่าคาบม้วนคัมภีร์ อายุช่วงปลายศตวรรษที่ ๑๙ กลางยุคเมจิ

          คลื่นลูกใหม่เป็นดั่งความหวังที่ผลิบานครั้งใหม่ของมวลมนุษยชาติ ในยุคที่วิทยาการทางการแพทย์ยังไม่ก้าวหน้า ของรับขวัญจึงทำหน้าที่แทนความปรารถนาดีให้เด็กๆ มีสุขภาพแข็งแรง เติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างปลอดภัย

          “ผ้าห่อตัว”

          เด็กเมื่อแรกคลอดหลังจากการอาบน้ำครั้งแรกจะถูกเช็ดและห่อตัวด้วย “ผ้ายูอาเกะ” เป็นการอธิษฐานขอให้เด็กคนนั้นเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรง และมีสุขภาพดี

          “ชุดไปศาลเจ้า”

          ที่ประเทศญี่ปุ่นมีธรรมเนียมปฏิบัติสำหรับเด็กแรกเกิดที่เรียกว่า “ฮะสึมิยะไมริ” (การไปศาลเจ้าครั้งแรก) คือ การพาเด็กที่อายุประมาณ ๑ เดือน (เด็กผู้ชายอายุ ๓๒ วัน และ เด็กผู้หญิงอายุ ๓๓ วัน) ไปศาลเจ้าเป็นครั้งแรก

          ศาลเจ้าเป็นที่สถิตของ “อุจิคามิ” (สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกป้องพื้นที่นั้นๆ) เพื่อแสดงความขอบคุณ และขอพรให้ลูกมีแต่ความสุข ร่างกายแข็งแรง คุณพ่อคุณแม่จะแต่งตัวให้ลูกน้อยที่เพิ่งเกิดโดยคลุมด้วยกิโมโนที่เรียกว่า “อุบุกิ” (กิโมโนที่เด็กแรกเกิดสวมจนถึงอายุ ๓ ขวบ รวมถึงอุบุกิด้วย เรียกว่า “ฮิโตะสึมิ” ซึ่งเรียกตามขนาดความกว้างของม้วนผ้าที่ใช้ตัดเย็บ)

          ในการไปศาลเจ้าครั้งแรกนอกจากเด็กน้อยจะสวมอุบุกิแล้ว ยังต้องสวมหมวกด้วยเพื่อปกป้องส่วนบอบบางของศีรษะ เนื่องจากกระหม่อมยังปิดไม่สนิท พร้อมด้วยผ้ากันเปื้อน

“เสะมาโมริ ตุ๊กตาผ้ากันผีเพื่อนรัก”

          สมัยโบราณเชื่อว่าความป่วยไข้นั้นมาจากสิ่งชั่วร้ายและภูติผี กิโมโนที่ไม่มีตะเข็บกลางหลัง “จะทำให้สิ่งชั่วร้ายเข้าไปในร่างกายของเด็ก เนื่องจากไร้ตะเข็บเย็บปิดช่องทางไว้”

          ในยุคเอโดะจนถึงเมจิ จึงมีการปักสัญลักษณ์ที่เรียกว่า “เสะมาโมริ” บริเวณกลางหลังของชุดฮิโตะสึมิ เสะมาโมริสมัยเอโดะส่วนมากจะใช้การเนาเป็นเส้นตรงยาว แต่ในสมัยเมจิเป็นต้นไปจะมีการปักเป็นลวดลาย และใช้งานฝีมือผ้ามาตกแต่งให้สวยงาม

          “แขนเสื้อที่แกว่งไปมา”

          กิโมโนสำหรับเด็กอายุ ๓ ถึง ๑๒ ปี จะมีตะเข็บที่กลางหลัง และตัดเย็บจากการใช้ผ้าจำนวนสี่เท่าของความสูงของตัวเด็ก เรียกว่า “โยะสึมิ”

          แต่ไม่ว่าจะเป็นเด็กผู้หญิงหรือเด็กผู้ชายทั้งชุดฮิโตะสึมิ และ ชุดโยะสึมิ จะตัดเย็บด้วยวิธีการผ่าข้างที่บริเวณลำตัว เนื่องจากอุณหภูมิร่างกายของเด็กนั้นจะสูงกว่าผู้ใหญ่ วิธีการตัดเย็บเช่นนี้ถูกออกแบบขึ้นในสมัยมุโรมาจิ จนถึงช่วงเอโดะตอนต้น เครื่องแต่งกายแบบนี้ เรียกว่า “อาเกะวากิ” มีความหมายตรงตัวว่าบริเวณเปิดข้างลำตัว

 ฮิโตะสึมิ (ชุดของเด็ก) ผ้าไหมสีส้มทอลายสอง เย็บเนาป้องกันความชั่วร้าย เสริมพลังพิทักษ์ด้วยเสะมาโมริตุ๊กตาผ้ารูปเต่า อายุปลายศตวรรษที่ ๑๙ กลางยุคเมจิ

         

          เมื่อเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็จะเลิกใส่และเปลี่ยนไปใส่ชุด “ฟุริโซเดะ” ที่แปลว่า แขนเสื้อที่แกว่งไปมา

          “ป้ายเด็กหลงทาง”

          ที่จริงแล้วชุดเครื่องแต่งกายเด็กยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไปเป็นไม่ได้คือ “ไมโกะฟุดะ” เป็นป้ายเด็กหลงทาง เพื่อให้ผู้ใหญ่ที่พบเด็กหลงได้พาเด็กน้อยกลับไปหาพ่อแม่ได้

          เมื่อแต่งตัวเรียบร้อยไม่ลืมป้ายเด็กหลงก็พร้อมออกไปเล่นนอกบ้านได้

          “การเฉลิมฉลองที่บุตรชายเกิดมา”

          ในสมัยโบราณเด็กผู้ชายเกิดมาพร้อมกับหน้าที่ที่ต้องแบกรับในตำแหน่ง “ผู้นำครอบครัว” ดังนั้นเมื่อเด็กผู้ชายกำเนิดขึ้น คนในครอบครัวจึงหวังให้เด็กชายเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรง และคอยสนับสนุนครอบครัวในอนาคต

          สำหรับครอบครัวซามูไรชั้นไดเมียวจะมีการทำชุดเกราะและตีดาบขึ้นใหม่

          สำหรับเด็กชายชาวบ้านทั่วไปจะมีการตัดเย็บ “ฮัปปิ” (เสื้อคลุมแขนตรงแบบดั้งเดิม มักมีตราสัญลักษณ์ประจำตระกูล) และ “ฮันเทน” (เสื้อคลุมตัวสั้นสำหรับฤดูหนาว)

          เครื่องตัดเย็บเหล่านี้เป็นของขวัญที่พ่อและแม่มอบให้แก่บุตรชายแทนความปรารถนาดีและความหวัง

ชุดเกราะสำหรับเด็ก ปลายศตวรรษที่ ๑๗ ถึง ต้นศตวรรษที่ ๑๘

About the Author

Share:

เรื่องราวอีกมากมายที่คุณจะชอบ