

ทวิภพ
แสงเงาและซอกหลืบภายในโรงแรมเวฬาวาริน รวมกันเป็นความเซ็กซี่ที่น่าค้นหา มันทำให้ฉันอดคิดถึงหนังขาว-ดำ ไม่ได้ และความมีเสน่ห์ตรงนี้ล่ะ ที่กลายมาเป็นแนวความคิดในการปรับปรุงอาคารหลังนี้
“ตึกนี้เป็นจุดที่ยากมากเลยนะ คืออยู่หัวมุมด้วย มีอาคารปีกซ้าย-ขวาอย่างเกือกม้าอีก มันน่าจะยากที่สุดที่ผมเจอมา วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องจักรก็ขนมากองไม่ได้ การแก้ไขโครงสร้างให้แข็งแรงใช้เวลาใช้เวลาเกือบ ๖ เดือน ซึ่งผ่านไปถึง ๖ เดือนแล้ว แต่ผมก็ยังคิดไม่ออกว่าหน้าตาโรงแรมจะออกมาแบบไหน
“จนกลางดึกคืนหนึ่งผมไปที่ไซต์ จำได้ว่าฝนตก ผมยืนอยู่บนระเบียงเก่า แล้วมองออกไปข้างนอก เห็นความมืด ความสว่าง มันเหมือนอยู่ระหว่าง ชีวิต กับ ความตาย ผมก็เลย อ๋อ ทวิภพ มันคือแนวความคิดของที่นี่ แล้วจากนั้นหน้าตารายละเอียดก็เริ่มตามมา”
ทีมหมอกู้ชีพอาคารเก่า
เมื่อได้แนวความคิดที่ชัดเจน งานโครงสร้างที่เหมือนกองเชือกที่ขยุมๆ เอาไว้ ก็ค่อยๆ ถูกคลี่คลาย เมื่อกำหนดจำนวนห้องพักได้ ขั้นต่อไปก็ถึงคราวงานยากแล้วล่ะ
“จริงๆ แล้วพื้นที่มันเป็นตึกที่ยากนะ แต่โชคดีที่เราทำงานได้ง่ายเพราะคุณอภิวิชร์เขาเชื่อมั่นในตัวเรา และธงเขานิ่งไม่เปลี่ยนใจไปมา
สำหรับอุปสรรคในการซ่อมแซมที่หนักหน่อย จะเป็นระเบียงที่เป็นของโบราณ มันจะยึดติดกับโครงสร้างไม้ เราต้องออกแบบโครงสร้างเหล็กให้หิ้วตรงระเบียงเก่าเอาไว้ ความยากจึงอยู่ที่เราต้องเอาชนะทั้งเรื่องความแข็งแรงและความสวยงาม โดยโครงเหล็กที่จะยัดและสอดแทรกไปในไม้ต้องแลดูกลมกลืนกัน


สำหรับในส่วนของการต่อเติมชั้น ๓ ที่จริงเดิมอาคารมันก็มี ๓ ชั้นนั่นล่ะ แต่ชั้นมันเตี้ย เราก็เลยทำชั้น ๓ ขึ้นมาใหม่ ต่อโครงสร้างข้างบนกับข้างในทะลวงพรวดขึ้นมาชั้น ๓ เลย แต่ที่ระเบียงข้างหน้าจะเหมือนโครงสร้างเดิมที่ชั้น ๒ กับ ชั้น ๓ เหลื่อมกันอยู่ เราก็เลยทำบันไดเชื่อม ที่ไม่เพียงกลมกลืน แต่ยังเหมือนเขาวงกตหน่อยๆ ด้วย” อาจารย์วรพันธุ์ยกตัวอย่าง



