กิจกรรมที่บ้านชีวาศิลป์สำหรับเด็กๆ และผู้ปกครองในวันนี้อาจจะจบลง แต่สำหรับพ่อโป้งเป้ง สุดสะแนน แล้วนี่ยังเพียงครึ่งทางเท่านั้น เพราะปลายทางของกิจกรรมในวันนี้อยู่ที่อาคาร ๓ง ซึ่งเป็นหอพยาบาลผู้ป่วยเด็กโรคมะเร็ง โรงพยาบาลศรีนครินทร์…
ฉันเองไม่เคยมาที่นี่มาก่อน ภาพเบื้องหน้าจึงเป็นความแปลกตาที่ชวนหดหู่เมื่อได้เห็นเด็กๆ ที่ควรจะอยู่ในวัยสดชื่นได้วิ่งเล่นสนุกสนานกลับต้องนอนหมดเรี่ยวแรงบนเตียง เส้นผมหลุดร่วงจนหมดศีรษะเพราะการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด ซึ่งแม้จะฆ่าเซลล์มะเร็งได้แต่ความรุนแรงของมันก็ทำร้ายเซลล์ของร่างกายด้วยเช่นกัน เห็นเช่นนั้นแล้วก็ได้แต่คิดว่าไม่อยากให้โลกนี้ต้องมีเรื่องเจ็บป่วยเอาเสียเลย

เมื่อคุณพยาบาลเดินแจ้งแต่ละเตียงว่าจะมีการแสดงหนังประโมทัยที่ห้องโถง พวกเด็กๆ มีสีหน้าสดชื่นขึ้นและขอให้ผู้ปกครองช่วยพยุงบ้างถือเสาน้ำเกลือบ้างไปยังห้องโถง แม้แต่ญาติผู้ป่วยบางคนก็อยากรำลึกความหลังเมื่อครั้งเยาว์วัยด้วยเช่นกัน
โดยเฉพาะ “แม่ใหญ่สายทอง จันทลี” ซึ่งเป็นอดีตหมอลำเก่า แม่ใหญ่ม่วนคักจนทนปรบมือให้จังหวะอย่างเดียวไม่ไหวต้องลุกขึ้นมาเซิ้งและขอร้องเพลงสอย (ร้อยกรองสั้นๆ แทรกจังหวะหมอลำเพื่อให้เกิดความสนุสนาน) เรียกเสียงฮาได้กราวใหญ่
พ่อครูโป้งเป้งเล่าว่าสมัยก่อนตัวท่านเองก็เป็นหมอลำ เมื่อความร่วงโรยของสังขารมาเยือนทำให้ไม่อาจเป็นดาราของวงได้อีก แต่ความเฒ่าชราไม่ทำให้ท่านยอมแพ้ เพราะการแสดงคือความสุขจึงได้มาทำงานในเบื้องหลังบ้าง การได้พูดคุยกับคนนั้นคนนี้ทำให้พ่อครูในวัย ๗๕ ปี มีความสุข
เมื่อถามว่าเพราะอะไรหนังประโมทัยคณะโป้งเป้ง สุดสะแนน จึงยังดำรงอยู่ได้ในยุคสมัยที่การแสดงพื้นบ้านเสื่อมความนิยม ผู้นำคณะหนังตะลุงอีสานใช้ความคิดเพียงชั่วครู่ก่อนให้คำตอบว่า
“พ่อสิมักใช้เครื่องดนตรีเล่นสดเพื่อให้ได้อรรถรสมากกว่า เช่น แซ็กโซโฟน เบส อิเลคโทน ซึ่งสมัยก่อนสิใช้ระนาด ฉิ่ง กลองทอม แคน พิณ เป็นจุดที่ต่างจากคณะอื่นซึ่งมักง่ายใช้วิธีเปิดเสียงดนตรีจากคอมพิวเตอร์เฮ็ดให้ขาดสุนทรียะไป

คุณแม่สายทอง จันทะลี เป็นอดีตหมอลำ รู้สึกสนุกสนานกับการแสดง และนึกถึงสมัยเด็กๆ จึงขอมีส่วนร่วมด้วยการร้องเพลงสอย
เมื่อก่อนตัวหนังสิมีขนาดเล็กเพียงห้าสิบเซนติเมตร ก็พัฒนาให้มันใหญ่ขึ้น อลังการขึ้น บทร้อง บทพูด คำสอย คำผญา ก็ปรับให้มันบ่หยาบโลนเพื่อที่จะเข้ากับยุคสมัย นอกจากนี้พ่อยังเป็นอาสาสมัครสาธารณะสุขตามหมู่บ้านโดยใช้หนังตะลุงอีสานเป็นสื่อ และยังรับเป็นครูภูมิปัญญาให้กับเด็กๆ นำ”
หนังประโมทัยนับว่าเป็นนวัตกรรมทางวัฒนธรรมที่มีเนื้อหาและรูปแบบที่ให้น้ำหนักไปทางด้านแบบแผน ทางความคิด ความเชื่อ และพฤติกรรมทางสังคมมากกว่านวัตกรรมที่มุ่งประโยชน์ทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ และหนทางต่างๆ ในการรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่พ่อโป้งเป้งเล่ามานั้นช่วยให้หนังตะลุงอีสานเป็นที่รู้จัก การแสดงอันชุบชูใจบนตึก ๓ง ในวันนี้ละที่จะช่วยให้หนังตะลุงอีสานนั้นโลดแล่นอยู่ในหัวใจของผู้คนตราบนานเท่านาน



