
ประชาชนนิยมเรียกว่าสะพานร้องไห้ เพราะที่พนักสะพานมีรูปผู้ใหญ่และเด็กกำลังร้องไห้ เมื่อพูดถึงสะพานร้องไห้ก็เป็นที่รู้จักกันดี รูปดังกล่าวเป็นฝีมือของวิตโตริโอ โนวี ช่างแกะสลักชาวอิตาเลียน
จากมุงหลังคาในปัจจุบันมีน้อยลง คนไม่นิยมใช้ จากทำด้วยใบจากนั้นเอง เอาใบมาเย็บรวมกันให้เป็นตับเรียกว่าตับจากในสมัยโบราณ ไม่ว่าบ้านผู้ดีมีจนก็มุงหลังคาด้วยใบจาก ว่าเย็นสบายดี ที่สำคัญราคาถูกกว่ามุงกระเบื้อง บ้านเรือนในบางกอกสมัยโบราณมุงด้วยใบจากจึงเกิดไฟไหม้อยู่บ่อยๆที่บ้านผู้เขียนเดิมเป็นคานเรืออยู่แม่นํ้าป่าสัก เมื่อเลิกทำคานเรือแล้วก็หันมาขายวัสดุก่อสร้าง เช่น อิฐ ปูนขาว ไม้กระดาน แล้วก็มีจากมุงหลังคาด้วย ผู้เขียนเองก็เคยขนจากแบกจาก เป็นกรรมกรมาก่อน จึงรู้เรื่องเหล่านี้เมื่อเขียนถึงสะพานหันข้ามคลองรอบกรุงทางเข้าสำเพ็งมาแล้ว ก็ขอเขียนถึงสะพานข้ามคลองมหานาคที่อยู่บริเวณสนามควายใกล้กับคลองรอบกรุงไว้ด้วยเพราะอยู่ในกลุ่มเดียวกัน สะพานนี้สร้างข้ามคลองที่ต้นคลองมหานาคไปบรรจบกับถนนบริพัตรข้างวัดสระเกศ เป็นพระราชดำริเดิมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ที่จะสร้างสะพานให้มีทางสัญจรไปมาถึงกันได้สะดวก แต่ยังไม่ทันสำเร็จพระราชประสงค์ก็เสด็จสวรรคต ต่อมาข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยจึงพร้อมใจกัน
บริจาคเงินมอบให้กรมสุขาภิบาลสร้างสะพานนี้ขึ้น จึงมีชื่อเรียกว่า “สะพานมหาดไทยอุทิศ” หมายความว่าข้าราชการกระทรวงมหาดไทยสร้างขึ้นเพื่ออุทิศส่วนกุศลถวายสนองพระเดชพระคุณในพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๖ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดสะพานเมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๗ และพระราชทานนามสะพานดังกล่าว แต่ประชาชนกลับนิยมเรียกว่าสะพานร้องไห้ เพราะที่พนักสะพานมีรูปผู้ใหญ่และเด็กกำลังร้องไห้ เมื่อพูดถึงสะพานร้องไห้ก็เป็นที่รู้จักกันดี รูปดังกล่าวเป็นฝีมือของวิตโตริโอ โนวี ช่างแกะสลักชาวอิตาเลียน ที่เข้ามาทำงานในเมืองไทยเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๓ สะพานมหาดไทยอุทิศ เมื่อนับจากวันเปิดถึงปีนี้ก็จะครบรอบ ๑๐๐ ปีพอดี เป็นสะพานโบราณที่ควรอนุรักษ์อีกแห่งหนึ่งซึ่งนอกจากจะเป็นศิลปกรรมที่งดงามแล้ว ยังเป็นอนุสรณ์เตือนใจถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงพระปิยมหาราชของชาวไทยอีกด้วย



