

“เวนิสวานิช” ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๖ ทรงแปลมาจาก The Merchant of Venice ของวิลเลียม เชกสเปียร์สะพานริอัลโต หรือที่ฝรั่งเรียกว่า shop lined humpbacked bridge นี้แหละ ที่เราเอาสะพานหันไปเปรียบ หรือจะว่าเราเลียนแบบเขามาก็ไม่น่าจะผิด เพราะมีเฉพาะในเมืองไทยและที่เมืองเวนิสเท่านั้น ที่ว่าคล้ายกันก็เพราะมีหลังคาคลุม และเป็นสะพานโค้งข้ามคลองกับมีร้านขายของบนสะพานแบบเดียวกัน
เล่าเรื่องสะพานหันมายืดยาวเพราะเกี่ยวข้องกับคลองรอบกรุงตอนปลายคลอง ซึ่งเคยเรียกกันว่าคลองสะพานหันแต่เข้าใจว่าจะเรียกเฉพาะเวลาที่ยังมีสะพานอยู่เท่านั้น เพราะมีอีกชื่อหนึ่งที่ชาวบ้านชอบเรียกคือคลองโอ่งอ่าง แต่เรียกตอนที่เลยสะพานหันออกไป
เหตุที่เรียกคลองโอ่งอ่างนั้น กล่าวกันว่า มีพวกรามัญที่อยู่ตำบลสามโคก เมืองปทุมธานี นำโอ่งอ่าง เครื่องดินเผาบรรทุกเรือมาจอดขายที่ปากคลองวัดเชิงเลนเป็นประจำ เรียกว่าปักหลักจอดอยู่เป็นที่ ในสมัยนั้นใครจะซื้อโอ่งอ่างก็ต้องไปซื้อแถวนั้นเรื่องนี้มีหลักฐานกล่าวไว้ชัดเจนในนิราศสุพรรณ ของสุนทรภูว่า
“เชิงเลนเป็นตลาดสล้าง หลักเรือ
โอ่งอ่างบ้างอิฐเกลือ เกลื่อนกลุ้ม”
มีคำกล่าวล้อๆ กันว่า คนมอญค้าของที่ไม่เน่าไม่บูดทิ้งไว้นานๆ ไม่เสีย ฉะนั้นสินค้าที่คนมอญขายจึงเป็นพวกเครื่องปั้นดินเผา อิฐที่ใช้ก่อสร้าง ขายเกลือ ขายจากมุงหลังคาผู้เขียนเคยเห็นคนมอญบรรทุกของเหล่านี้ไปขายไกลๆ และไปจอดพักนอนที่หน้าบ้านผู้เขียนริมแม่นํ้าป่าสักเป็นประจำ สมัยเป็นนักเรียนก็หาความรู้ภาษามอญจากคนพวกนี้


