
หนึ่งในทายาทของบ้านเล่าว่า เนื่องจากท่านผู้หญิงมีคลินิกและแล็บทำฟันปลอมจึงให้พนักงานที่มีภูมิลำเนามาจากต่างจังหวัดมาพักที่บ้านนี้ ช่วงปี พ.ศ. ๒๕๓๓ เป็นต้นมาจะเห็นว่ากลางวันบ้านปิดเงียบ เย็นถึงจะมีมอเตอร์ไซค์มาจอดเป็นสิบคัน มาถึงปี พ.ศ. ๒๕๖๐ บ้านเริ่มทรุดโทรมอีกครั้งประกอบกับพนักงานเหลืออยู่ไม่กี่คน ทายาทรุ่นที่สามของบ้านจึงปรึกษาและขออนุญาตท่านผู้หญิงว่าจะทำการบูรณะซ่อมแซมและขอเปิดบ้านเป็นร้านกาแฟ เพื่อให้คนภายนอกได้เข้ามาชมความงดงามของเรือนไม้ทรงโบราณที่หาดูได้ยากหลังนี้

งานบูรณะบ้านขนมปังขิงครั้งที่ ๒ จึงดำเนินขึ้นในปีที่ผ่านมาโดยใช้เวลาทั้งหมด ๔ เดือน สถาปนิกและมัณฑนากรที่เข้ามาช่วยงานบูรณะบอกว่าขออนุรักษ์โดยไม่ทำอะไรนอกจากซ่อมหลังคาที่รั่ว เปลี่ยนฝ้าด้วยการขยับให้สูงขึ้นแล้วเปลี่ยนใช้ไม้สักทองแทนซ่อมผนัง แต่ขอไม่ทาสี เพราะเสน่ห์ของบ้านอยู่ตรงความเก่าของไม้ ของทุกอย่างที่ยังคงมีอยู่ไม่ว่าสวิตช์ไฟ ลูกบิด ประตู รั้ว ลวดลายฉลุ ล้วนเป็นของเดิมไม่มีการทาสีใหม่นอกจากติดแอร์เพิ่มเข้ามาเท่านั้นเอง
และวันนี้ไม่ว่าใครก็เข้ามาชมเรือนไม้เก่าหลังนี้ได้ เพราะตอนนี้เปิดเป็นร้านกาแฟ ส่วนขนมก็มีขนมตระกูลทองที่ใส่ภาชนะทองมาอย่างสวยงาม เฉาก๊วยที่มีไอศกรีมใบเตยรองอยู่ในถ้วยและตกแต่งด้วยฝอยทอง เสิร์ฟเป็นชุดพร้อมน้ำชา และยังมีเค้กอีกหลายชนิดเรียกว่ามีทั้งความเป็นไทยและความร่วมสมัยที่ทุกคนมาสัมผัสได้ในบรรยากาศเรือนไทยโบราณที่ยังคงสวยงามน่ามอง
สถานที่บางแห่งก็กวักมือเรียกเราให้เข้ามาค้นหาเรื่องราวในอดีต และกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ บางทีจินตนาการก็อาจเกิดขึ้นได้ในมุมใดมุมหนึ่งของเรือนเก่าที่กำลังจะดำเนินเรื่องราวใหม่ๆ จากสถานที่ทั้งสองแห่งนี้ ที่วันนี้ยังไม่มีใครมองข้ามไป

บ้านขนมปังขิง
อยู่ในซอยหลังโบสถ์พราหมณ์
เสาชิงช้า
โทร. ๐๙ ๗๒๒๙ ๗๐๒๑
เปิดทุกวันเว้นวันจันทร์
๑๑.๐๐-๒๐.๐๐ น.



