ภายในสิมยังประดิษฐานหลวงพ่อโตซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพศรัทธามีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวแวะเวียนมากราบไหว้ขอพรกันไม่ขาดสาย
ไม่ไกลจากวัดเขียนเป็นที่ตั้งของ วัดลุมพุก สิมของวัดนี้มีความผสมผสานความเป็นพหุวัฒนธรรมทั้งล้านช้าง เขมร และญวน รวมมิตรสามสัญชาติในสิมหลังเดียว สังเกตได้จาก ลักษณะอาคารทรงทึบอย่างมหาอุตม์มีเอวขันปากพานแบบศิลปะล้านช้าง ที่กรอบหน้าต่างประดับลูกมะหวด และมีสิงห์เฝ้าบันได้อย่างศิลปะเขมร ส่วนความเป็นญวนนั้นช่างแอบใส่ลายเซนต์ไว้ที่จุดศูนย์กลางของดาวเพดานนี่เอง
นอกจากสิมหลังนี้จะรวมมิตรเชิงช่างแล้ว ภายในวัดลุมพุกยังมีสิ่งแปลกตาอีกอย่าง คือ “ธาตุ” สำหรับใส่กระดูกผู้วายชนม์ เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของหมู่บ้านในการสร้างธาตุคู่แยกชาย-หญิง บางคู่ก็เฉพาะครอบครัว บางคู่ก็ในสายตระกูล บางคู่ก็เป็นคนในหมู่บ้านปนๆ กัน เพราะในหมู่บ้านต่างเป็นเครือญาติกันอยู่แล้ว
การเดินทางตามรอยมือครูช่างสิ้นสุดลงที่จังหวัดศรีสะเกษนี่เอง แต่อีสานใต้ยังมีขุมทรัพย์ทางวัฒนธรรมอีกมากที่รอการค้นพบอยู่อีกมาก หากมีโอกาสคงได้พาผู้อ่านทุกท่านไปลัดเลาะดูของดีกันอีกตามคอนเซปต์ “ผับไม่เข้า เหล้าไม่กิน เช็คอินเฉพาะบริเวณวัด” โปรดติดตาม

ธาตุคู่ที่พบกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ของวัดถึง ๒๑ ธาตุ สันนิษฐานว่าเสัมพันธ์กับคติการสร้างสถูปหรือธาตุคู่บนผามออีแดงเชิงเขาพระวิหาร โดยรูปแบบธาตุมีการผสมผสานรสนิยมแบบศิลปะเขมรอยู่ด้วย

สิมวัดลุมพุกรูปทรงเล็กทึบแบบสิมมหาอุตม์ ส่วนฐานเป็นบัวถลา ๓ ชั้น หน้าต่างประดับลูกมะหวด บนดาวเพดานที่จุดศูนย์กลางประดับค้างคาว ๔ ตัว สื่อถึงความมั่งมีศรีสุขอ



